5 สัญญาณเตือนว่าคุณกำลังติดกับดักของ Situationship
—มากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟน ความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจนแบบนี้ จะอยู่ต่อหรือพอดีกว่า?
ภาพประกอบจาก Freepik ภาพประกอบจาก Freepik
ความไม่แน่นอน ความคลุมเครือในความสัมพันธ์
อาจเพิ่มความว ิตกกังวลและความไม่มั่นคงทางอารมณ์ ให้กับคนที่ยอมอยู่ในความสัมพันธ์แบบนี้
Situationship คือความสัมพันธ์ที่ไม่มีคำนิยามชัดเจน คนสองคนจะทำตัวเหมือนคู่รัก แต่บ่อยครั้งความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะลึกซึ้งนี้ กลับไม่มีความชัดเจนหรือข้อตกลงร่วมกันว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในชีวิตของกันและกัน
บางวันคุยกันทุกคืน บางวันหายเงียบ ไม่มีการเปิดตัวกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน คล้ายกับว่าความสัมพันธ์นี้ถูกขังอยู่ในฟองสบู่ รอแค่วันที่มีใครเอามือมาสัมผัสเบาๆ ก็อาจแตกโพละ หายไปแบบง่ายๆ เหมือนไม่เคยมีอยู่มาก่อน
บางคู่อาจมีความใกล้ชิดผูกพันเหมือนคู่รัก จนถึงขั้นมีความสัมพันธ์ทางกายลึกซึ้ง แชร์ความกลัวความไม่มั่นใจจากส่วนลึกให้กั นและกันฟังได้ แต่พอถามถึงสถานะ กลับได้รับคำตอบว่า
“มันซับซ้อน…” หรือแค่ “ปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ไปก่อน เดี๋ยวค่อยคิด/เดี๋ยวก็รู้…”
ในทางจิตวิทยาอาจไม่ใช้คำว่า Situationship แต่เรียกสภาวะนี้ว่า “ความไม่แน่นอนในความสัมพันธ์” (Relational Uncertainty) ซึ่งหมายถึงการไม่มั่นใจใ นสถานะและอนาคตของความสัมพันธ์ ไม่รู้ว่าอนาคตจะไปในทิศทางไหน? หรือเป็นอย่างไรต่อไป?
(Knobloch & Solomon, 1999)
ภาพประกอบจาก Freepik ภาพประกอบจาก Freepik ภาพประกอบจาก Freepik
เวลาที่ได้ยินเพื่อนมาเล่าให้ฟัง หรือตัวเราเองที่กำลังมีความสัมพันธ์แบบนี้ หลายคนคงเคยสงสัยว่า
“ความสัมพันธ์แบบนี้ มันดีต่อสุขภาพจิตใจจริงหรอ?”
อาจฟันธงไม่ได้ทั้งหมดว่า มันดีหรือไม่ดี?
แต่ 5 สัญญาณต่อไปนี้ ช่วยให้เรารู้ตัวได้ไวว่า กำลังอยู่ในวังวนความไม่ชัดเจนของ Situationship เสียแล้ว
5 สัญญาณของ Situationship
1. หลีกเลี่ยงให้สถานะความสัมพันธ์
(You Avoid Defining the Relationship - DTR)
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่พอคบหาดูใจกันมาสักพัก หลายคนน่าจะเคยผ่านบทสนทนาประเภทที่ว่า “เราเป็นอะไรกัน?” มาบ้าง
แต่บ่อยครั้งที่การคุยเรื่องนี้มักจบลงด้วยความอึดอัด หลายคนเลยเลือกที่จะปล่อยให้สถานะคลุมเครือ เพราะการขอความชัดเจนอาจดูเหมือนว่าเรากำลังเผยจุดอ่อน หรือบอกอ้อมๆ ให้อีกฝ่ายรู้ว่า “เราแคร์มากเกินไป”
เพราะแบบนี้เอง เลยเป็นเหตุผลว่าทำไม Situationship มักเกิดจาก “ความวิตกกังวลในเรื่องความรัก” (Romantic Anxiety) เพราะมันเปิดโอกาสให้คนสองคนได้ใกล้ชิดกั น โดยไม่จำเป็นต้องมีการพูดคุยให้ลำบากใจ
แต่ไม่ว่ายังไงก็ตามเมื่อเวลาผ่านไป และความสัมพันธ์นี้ยังดำเนินต่อ ความกังวลของทุกฝ่ายจะยิ่งมีมากขึ้นตามเป็นเงา เพราะงานวิจัยพบว่า “ความไม่แน่นอนในความสัมพันธ์” (Relational Uncertainty) มีความสัมพันธ์โดยตรงกับความเครียดและความวิตกกังวล
ในระยะยาวความไม่แน่นอนนี้จะกระตุ้น “คอร์ติซอล” (ฮอร์โมนความเครียด) ให้สูงขึ้น ยิ่งสถานะไม่ชัดเจน ความเครียดยิ่งสะสมเพิ่มขึ้นแบบไม่รู้ตัว
—Loren Soeiro, Ph.D. ABPP อ้างอิงจากงานวิจัยของ Priem & Solomon (2011)
เมื่อความชัดเจนในความสัมพันธ์ลดน้อยลง
ความเครียดและความวิตกกังวลก็จะยิ่งเติบโตขึ้นเรื่อยๆ
ถ้าอยากทำให้ความสัมพันธ์ของเราชัดเจนขึ้นล่ะ ติดตามอ่านได้ในบทความถัดไปของ Mission On