แค่คุยกันอาจไม่พอ... 7 ความเข้าใจผิดเรื่องชีวิตคู่
ที่นักจิตวิทยาอยากให้คุณเลิกเชื่อ
(Debunking 7 Myths About Marriage)
– ใช้เวลาอ่านประมาณ 7 นาที –
ความเชื่อที่เราโดนกรอกหูอยู่ทุกวัน กำลังทำให้เราเข้าใจเรื่องความสัมพันธ์ไม่ตรงตามความจริงหรือเปล่า?
ภาพประกอบจากเว็บไซต์ Magnific ภาพประกอบจากเว็บไซต์ Magnific ภาพประกอบจากเว็บไซต์ Magnific ภาพประกอบจากเว็บไซต์ Magnific
ในจิตวิทยาความสัมพันธ์ มีความเชื่อกระแสหลักที่ถูกส่งต่อกันมานานว่า “ถ้าอยากให้รักไปรอด หรือรักษาชีวิตแต่ง งานไว้ได้ เราต้องเรียนรู้ที่จะสื่อสารกันอย่างอ่อนโยนและเปิดใจมากขึ้น” แต่ในความเป็นจริง ความเชื่อข้อนี้อาจเป็นเพียงเศษเสี้ยวเดียวของข้อเท็จจริงทั้งหมด
ดร. จอห์น กอตต์แมน (John M. Gottman, Ph.D.) นักจิตวิทยาและศาสตราจารย์เกียรติคุณผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ ได้ทำการวิจัยคู่รักมายาวนานหลายทศวรรษและพบความจริงที่น่าตกใจว่า ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับชีวิตคู่ไม่ได้แค่ทำให้เราหลงทาง แต่ยังกลายเป็น ผู้ร้าย ที่ตราหน้าว่าความสัมพันธ์ของเรามาถึงทางตัน… ทั้งที่จริงแล้ว มันอาจแค่ต้องการการปรับจูนที่ถูกจุด
Mission On อยากชวนทุกคนมาปรับมุมมอง 7 ความเชื่อผิดๆ ในชีวิตคู่ เพื่อทำความเข้าใจกลไกทางจิตวิทยาที่ขับเคลื่อนความรักให้มั่นคงได้อย่างถูกต้องตรงตามธรรมชาติความเป็นจริง
(ข้อมูลด้านล่างนี้ สนับสนุนและอ้างอิงโดยหลักฐานงานวิจัยของ ดร. จ อห์น กอตต์แมน—The Gottman Institute)
ภาพประกอบจากเว็บไซต์ Magnific ภาพประกอบจากเว็บไซต์ Magnific
1. ปมในใจหรือปัญหาบุคลิกภาพ คือตัวทำลายชีวิตคู่?
หลายคนเชื่อว่าคนที่มีปมในใจที่ติดค้าง มีความเครียด คิดมากขี้กังวล ติสท์หรือมีนิสัยแปลกๆ หรือมีบุคลิกภาพที่ดูจัดการยาก (Neuroses) จะไม่เหมาะกับการแต่งงานหรือมีชีวิตคู่ ทว่างานวิจัยกลับพบความเชื่อมโยงน้อยมาก ระหว่างปัญหาสุขภาพจิตหรือปมความอ่อนไหวทางอารมณ์ทั่วไปกับการหย่าร้าง หรือการล้มเหลวในความสัมพันธ์
ในทางจิตวิทยา เราทุกคนต่างมี “ปุ่มอ่อนไหว” ที่เมื่อเจอช่วงเวลาหรือเหตุการณ์ที่เราโดน กดปุ่ม หรือมีอะไรมากระทบเพียงเล็กน้อย (ถูกกระตุ้นปมภายในใจ) ระบบประสาทก็พร้อมจะตื่นตระหนก เราเริ่มรู้สึกจิตตก อารมณ์ท่วมท้น หรือบางคนรู้สึกเหมือนประสาทเสีย ปั่นป่วนจนยากที่จะจัดการให้สงบลง ซึ่งเรื่องเหล่านี้ถือเป็นกลไกตามธรรมชาติของจิตใจ
เพราะในชีวิตประจำวันเราอาจมีเรื่องวุ่นวาย หรือประเด็นที่ไม่สามารถใช้เหตุผลจัดการกับมันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เรื่องเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องเข้ามาเป็นอุปสรรคขัดขวางความสัมพันธ์เสมอไป
คีย์เวิร์ดสำคัญของความสุขในชีวิตคู่ จึงไม่ใช่การตามหาคนที่มีบุคลิกภาพที่ปกติสมบูรณ์แบบทุกอย่าง แต่คือการค้นเจอคนที่มีรูปแบบพฤติกรรมและการตอบสนองทางอารมณ์ที่ เข้าล็อก หรือ ปรับจูนเข้ากับปุ่มอ่อนไหว ของเราได้
ซึ่งต่างจากความเชื่อทั่วไปที่มักบอกให้เราตามหา คนที่เคมีตรงกัน ที่วัดจากแค่ความรู้สึกหวือหวาในแวบแรก การค้นหาคนที่เข้ากันได้ในความหมายของ ดร. จอห์น กอตต์แมน จึงไม่ใช่การหาคนที่ไม่มีปุ่มอ่อนไหวเลย แต่คือการดูว่า
“เราจัดการกับปุ่มอ่อนไหวของกันและกันอย่างไร?”