top of page

ตั้งขอบเขต กับคนที่รับมือยาก

—ในสถานการณ์ที่มีความขัดแย้งสูง ถ้าเราอยากแสดงความเห็นใจ ควรทำได้อย่างไร?





การตั้งขอบเขตเป็นเรื่องยาก?


แน่นอนว่าการตั้งขอบเขต (Boundaries) อาจเป็นเรื่องยากบางครั้ง แต่มันเป็นสิ่งที่จำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ...


“พฤติกรรมหรือการแสดงออกของใครบางคน เริ่มส่งผลกระทบด้านลบกับการใช้ชีวิตของเรา” 


เพราะความขัดแย้งเกิดขึ้นได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นในบริบทของครอบครัว คนรัก ที่ทำงาน ชุมชน หรือแม้แต่โลกออนไลน์ ฯลฯ


การตั้งขอบเขตจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้เราใช้ปกป้องตัวเอง (ในด้านความรู้สึก อารมณ์ สุขภาพจิตใจและร่างกาย) และเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ตัวเราได้เติบโตในแบบที่ควรจะเป็นต่อไป


คำถามที่ตามมาคือ

กับคนที่สร้างความหนักใจให้เรา ทำให้เรารู้สึกแย่… เรายังให้ความเห็นอกเห็นใจกับเขาได้ไหม? หรือจริงๆ แล้วเราควรตั้งขอบเขตอย่างหนักแน่นไปเลย?

และนอกจากความเห็นใจแล้ว เราสามารถให้ความใส่ใจ หรือแสดงออกว่าเรายังเคารพเขาอยู่ได้ด้วยหรือเปล่า?


คำตอบคือ “มันก็ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานการณ์ไป”





ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในที่นี้คือ

✔️ บางกรณีการให้ความเห็นใจ แสดงออกว่าใส่ใจ และให้ความเคารพ ช่วยให้ความขัดแย้งสงบลง ✔️ แต่ในบางกรณีมันเป็นการเปิดช่องโหว่ ให้เราถูกบงการควบคุม หรือปั่นหัว (Manipulation) จากคนที่ไม่หวังดี หรือมีเจตนาร้ายๆ หวังผลประโยชน์จากเรา

—ที่มา: หนังสือ SLIC Solutions for Conflict: Setting Limits and Imposing Consequences in 2½ Steps เขียนโดย Ekaterina Ricci และ Bill Eddy LCSW, JD



ดังนั้นควรตั้งขอบเขตอย่างไร ให้ได้ผลดีกับเรา?


อ่านที่รายละเอียดด้านล่างนี้





เทคนิค EAR Statement คืออะไร?


EAR คือ เทคนิคการสื่อสารเพื่อลดความขัดแย้ง


Bill Eddy ได้พัฒนาเทคนิคนี้ขึ้นมาในปี 2004 เพื่อสำหรับใช้ในสถานการณ์ที่มีความขัดแย้งสูง แต่จริงๆ แล้วเทคนิคนี้สามารถนำไปใช้ได้ในสถานการณ์อื่นๆ ได้ด้วย 


โดยมีหลักสำคัญคือ สื่อสารหรือแสดงออกให้คู่สนทนารับรู้ว่า เราเห็นใจ ใส่ใจ และเคารพในบางสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเขา เพื่อช่วยให้คู่สนทนาของเราสงบลง และช่วยให้เราได้ connect กับอีกฝ่ายหรือสร้างจุดเชื่อมโยงระหว่างกันได้


Bill Eddy LCSW, JD

(ผู้เชี่ยวชาญด้านสังคมสงเคราะห์คลินิกที่ได้รับใบอนุญาต สามารถให้การวินิจฉัยและรักษาปัญหาสุขภาพจิต รวมถึงจัดทำจิตบำบัดได้)



1. ความเห็นอกเห็นใจ

 (Empathy)

คือการรับรู้และยอมรับในสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังรู้สึก หรือเข้าใจประสบการณ์ที่อีกฝ่ายกำลังเผชิญอยู่


ตัวอย่าง

ฉันเข้าใจว่าคุณอาจกำลังรู้สึกหงุดหงิดกับเรื่องนี้” ฉันเห็น/ฉันรู้สึกได้เลยว่า นี่เป็นช่วงเวลาที่ยากสำหรับคุณ” ฉันเข้าใจเลยว่าคุณผิดหวัง ที่ถูกปฏิเสธคำขอมาแบบนี้”

💡 สังเกต: เมื่อขึ้นต้นประโยคด้วยคำว่า “ฉันเข้าใจ/ฉันเห็นได้เลยว่า…” หรือ “ฉันรู้สึกว่า…” (I can)

มันเป็นการแสดงออกว่า เราอยากปฏิบัติกับเขาในฐานะคนที่เท่าเทียมกัน ช่วยให้อีกฝ่ายรับรู้ว่า “เราเข้าใจว่าเธอรู้สึกอย่างไร… เจออะไรมา… และมันเป็นเรื่องที่เข้าใจได้” (Validation)

แทนที่จะเป็นการมองลงมาด้วยสายตาที่เหนือกว่า กดทับหรือทำให้อีกคนรู้สึกต่ำกว่า เช่น

“ทำไมต้องรู้สึกแบบนี้ มันไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย?” เรื่องแบบนี้ใครๆ ก็เจอ ไม่เห็นจะต้องตอบโต้แบบนี้เลย…” (ยิ่งจะทำให้สถานการณ์แย่ลง)



2.  การให้ความสำคัญหรือใส่ใจ

(Attention)

คือการบอกว่าคุณกำลังรับฟัง หรือพร้อมจะฟัง


ตัวอย่าง

“บอกฉันเพิ่มหน่อย ฉันอยากเข้าใจสิ่งที่คุณกังวล… ”

💡 สังเกต: การตั้งใจฟังไม่ได้แปลว่าคุณต้องเห็นด้วย หรือต้องยอมทำตามเสมอไป

แต่มันหมายถึง “เราใส่ใจ” ต้องการทำความเข้าใจสิ่งที่เขาสื่อสารจริงๆ

เป็นการทำให้อีกฝ่ายรู้ว่า เรากำลังใส่ใจกับปัญหา หรือตั้งใจรับฟังเรื่องราวของเขา สิ่งนี้ช่วยลดอารมณ์รุนแรง เช่น ความโกรธและความเสียใจได้ทันที


โดยเฉพาะกับคนที่รับมือยาก ซึ่งมักชินกับการที่ถูกเมิน เพิกเฉย ถูกละเลย และถูกตอบโต้กลับอย่างขัดแย้งเสมอ


แค่การบอกให้อีกฝ่ายรับรู้ว่า

เราอยากทำความเข้าใจว่าเขารู้สึกอย่างไร? หรือเจอเรื่องราวอะไรมา?”


หรือผ่านการตั้งใจฟัง  (ด้วยความเต็มใจและเห็นใจ)


สิ่งนี้อาจเปลี่ยนสถานการณ์ความขัดแย้งให้ดีขึ้นได้เลย




3. ความเคารพ

(Respect)

การชื่นชม หรือแสดงออกว่าเราเคารพในสิ่งที่เขาทำ เช่น ชื่นชมงานที่เขาทำ เคารพในความสัมพันธ์ที่เขามีต่อคนอื่น หรือเคารพในความตั้งใจที่จะแก้ปัญหา


ตัวอย่าง

ฉันเคารพในความทุ่มเทของคุณ ที่ลงมือแก้ปัญหางานในส่วนนี้” ฉันเคารพ/นับถือคุณจากใจเลย ที่คุณมีความสัมพันธ์ดีๆ กับลูกสาวของเราแบบนี้ แต่ตอนนี้ฉันจำเป็นต้องบอกคุณว่า...”



ไม่จำเป็นต้องเป็นคำพูด อาจเป็นแค่ท่าทางหรือภาษากายที่แสดงออกถึง ความเห็นใจ ใส่ใจ เคารพ

ก็สามารถช่วยบรรเทาสถานการณ์ขัดแย้ง หรือผ่อนหนักเป็นเบาลงได้

Bill Eddy LCSW, JD



เมื่อไหร่ที่ควรตั้งขอบเขตพร้อมกับ “ใช้” EAR ?


โดยทั่วไปควรใช้กับคนที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเรา หรือต้องใช้ชีวิตประจำวันด้วยกัน ให้ความช่วยเหลือกันอย่างต่อเนื่อง เช่น ครอบครัว ลูก คนรัก คุณครู อาจารย์ นักเรียน เพื่อนร่วมงาน พนักงาน หัวหน้างาน ฯลฯ


(✔️ หรือความสัมพันธ์ใดๆ ที่เราต้องการให้ไปต่อด้วยกัน หรือเกื้อกูลกันได้ในระยะยาว)


🗣️  ตัวอย่างความเห็นใจ (พ่อแม่กับลูก)

แม่เข้าใจที่สุดเลยว่าลูกอยากออกไปเล่นกับเพื่อน... แต่ที่แม่ต้องสั่งงดไม่ให้ลูกไปบ้านเพื่อนคนนั้น เพราะแม่รักและอยากปกป้องลูกจากสถานการณ์ ที่มันดูแล้วเป็นอันตรายจริงๆ”

🗣️  ตัวอย่างความใส่ใจ (คุณครูกับนักเรียน)

ครูตั้งกฎพวกนี้ เพราะอยากช่วยให้หนูเปลี่ยนพฤติกรรมได้จริงๆ หนูมีคำถามหรือข้อกังวลอะไรในใจไหม ครูอยากฟังนะ

🗣️  ตัวอย่างความเคารพ (หัวหน้ากับลูกน้อง)

ผมเคารพคุณในฐานะพนักงานที่ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี ทำงานออกมามีคุณภาพ… แต่เราก็มีขอบเขตที่ต้องรักษานะ ถ้าคุณปิดบังความคืบหน้าของโปรเจค ทำให้งานยังไม่คืบหน้าแบบนี้ ผมจำเป็นต้องให้คุณพ้นสภาพพนักงาน… (ซึ่งผมไม่อยากให้เป็นแบบนั้นเลย)

การใช้ EAR ในลักษณะนี้ช่วยให้อีกฝ่ายรู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเรายังมั่นคงอยู่

และคุณมองเขาเป็นคนที่เท่าเทียมกัน แม้จะมีการตั้งขอบเขตก็ตาม



เมื่อไหร่ที่ควรตั้งขอบเขตพร้อมกับ “งดใช้” EAR ?


เมื่อต้องรับมือกับคนที่ชอบบงการ/ปั่นหัวคนอื่น ให้ทำตามสิ่งที่ตัวเองต้องการ (Manipulative) เช่น ผู้ที่มีลักษณะบุคลิกภาพแบบหลงตัวเอง (Narcissistic) หรือต่อต้านสังคม (Antisocial)


🚨 บางกรณี “การใจดี เห็นอกเห็นใจเกินไป” อาจไม่เป็นผลดี หรือเป็นอันตราย


เพราะอีกฝ่ายอาจใช้ความใจดี ความหวังดีของเรามาเป็นเครื่องมือในการโต้เถียง หรือทำให้บทสนทนาขัดแย้งมากยิ่งขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงไม่รับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองทำลงไป


🗣️  ตัวอย่าง (คำพูดที่อีกฝ่ายอาจสวนกลับเพื่อใช้บงการเรา เมื่อใช้ EAR)

“ไหนบอกว่าเห็นใจ/แคร์กันไง? ถ้าเห็นใจจริงๆ ต้องไม่ยอมให้ฉันทำสิ่งนี้ คุณมันพวกมือถือสากปากถือศีล/คนหลอกลวง! ถ้าคุณใส่ใจผมจริงๆ คุณต้องเซ็นเอกสารฉบับนี้สิ” “ถ้าคุณเคารพผมจริงๆ คุณคงไม่พูดดูถูก/ลงโทษผมแบบนี้ คุณมันคนใจแคบ ไม่มีใครทนเชื่อใจคุณได้หรอก

💡  คำแนะนำ

เมื่อพอจะคาดการณ์ได้ว่า จะเจอการตอบโต้แบบนี้ ให้ข้ามประโยค EAR ไปเลย

✔️ ให้เราตั้งขอบเขต (Boundaries) สื่อสารมันออกไป และพูดให้อีกฝ่ายฟังว่าผลที่จะตามมา (Consequence) จะเป็นอย่างไร เมื่อเขาทำพฤติกรรมแบนี้ ✔️ สื่อสารอย่างชัดเจน ตรงไปตรงมา หนักแน่น และไม่ใช้อารมณ์ (พูดตามข้อเท็จจริงเท่านั้น)



สรุปประเด็นสำคัญ
  • การใช้ประโยคที่แสดงความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) การให้ความสำคัญ (Attention) และความเคารพ (Respect) หรือที่เรียกว่า EAR Statements สามารถช่วยให้ความขัดแย้งสงบลงได้


  • การตั้งขอบเขตพร้อมกับการใช้ EAR Statements มักได้ผลดีในความสัมพันธ์ที่ต้องดำเนินต่อไปในระยะยาว (นั่นอาจหมายถึงว่า เราอาจจะต้องอยู่ในความสัมพันธ์เป็นพิษ แต่จะวางใจหรือรับมือกับมันอย่างไร? ไม่ให้กระทบสุขภาพจิตใจของเราในระยะยาว)


  • ในทางกลับกัน การตั้งขอบเขต “โดยไม่ใช้EAR Statements จะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงการโต้เถียงหรือมีความขัดแย้งกับคนที่ชอบบงการ หรือควบคุมคนอื่น



คลิกที่ลิงก์ด้านล่างบทความนี้ เพื่อปรึกษานักจิตวิทยา/นักจิตบำบัดของเรา

Posted on 21 February 2026

โดย ดลนภัส ชลวาสิน (วท.ม. จิตวิทยาพัฒนาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)


บทความนี้แปลและดัดแปลงเนื้อหาบางส่วนมาจาก

  • เว็บไซต์ Psychology Today

    บทความเรื่อง Should you show empathy when setting limits? (2025)

    เขียนโดย Bill Eddy LCSW, JD รีวิวโดย Monica Vilhauer Ph.D.


อ้างอิง:

[1] Eddy, B. (2025, December 5). Should you show empathy when setting limits?. Psychology Today. https://www.psychologytoday.com/us/blog/5-types-of-people-who-can-ruin-your-life/202512/should-you-show-empathy-when-setting-limits





รู้จักกับนักจิตวิทยาการปรึกษาและนักจิตบำบัด



นัดพบนักจิตวิทยาการปรึกษาและนักจิตบำบัด

 
bottom of page