ถอด 7 บทเรียนความรักความสัมพันธ์ของ Gottman ตอนที่ 3
เราอยู่ด้วยกันทุกวัน แต่ทำไมบางครั้งถึงรู้สึกห่างไกล?
(บทเรียนจากงานศึกษาด้านความสัมพันธ์ของ Dr. John Gottman และแนวคิดจากหนังสือ The Seven Principles for Making Marriage Work)
– ใช้เวลาอ่านประมาณ 8 ถึง 10 นาที –
สำรวจสัญญาณเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน ที่อาจค่อย ๆ ถักทอหรือทำลายความผูกพัน
ความใกล้ชิดไม่ได้เกิดจากการอยู่ข้างกันเพียงอย่างเดียว แต่อาจเริ่มจากการรับรู้ รับฟัง และตอบรับกันด้วยเรื่องเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน
เราอาจไม่ได้ห่างกันเพราะไม่รัก แต่กำลังห่างกันเพราะเข้าใจกันน้อยลงใช่ไหม?
ภาพประกอบจาก Magnific
เนื้อหาในบทความนี้
1. สัญญาณเล็ก ๆ ที่เราอาจมองข้าม 2. เมื่อสัญญาณหนึ่งถูกส่งออกไป อีกคนตอบรับอย่างไร? 3. เราอาจตั้งใจสื่อสาร แต่รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นไม่เหมือนกัน 4. สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่การตอบให้ถูกทุกครั้ง แต่คือการกลับมาทำความเข้าใจ 5. เมื่อคนรักกำลังทุกข์ใ จ การรับฟังอาจเป็นจุดเริ่มต้นก่อนหาทางออก 6. ความใส่ใจไม่ควรกลายเป็นหน้าที่ของคนใดคนหนึ่งเพียงฝ่ายเดียว 7. แล้วเราจะกลับมาเชื่อมโยงหรือจูนถึงกันได้อย่างไร? 8. ส่งท้ายบทความ
เราใช้ชีวิตอยู่กับใครคนหนึ่งทุกวัน รู้ว่าเขาชอบกินอะไร ต้องออกจากบ้านกี่โมง หรือช่วงนี้กำลังยุ่งกับงานอะไร แต่กลับไม่แน่ใจว่าในใจของเขากำลังรู้สึกอย่างไร และบางครั้ง แม้จะอยู่ข้างกัน เราก็ยังรู้สึกเหมือนกำลังอยู่คนละโลก
ความห่างเหินเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคู่ และไม่ได้หมายความว่าความสัมพันธ์กำลังมีปัญหาเสมอไป แต่เป็นเรื่องที่ชวนให้เรากลับมาสำรวจว่า นอกจากการใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว เรายังรับรู้และสามารถตอบรับสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกของกันและกันมากน้อยแค่ไหน
บางครั้ง ความห่างเหินอาจเริ่มจากเรื่องธรรมดา
ลองนึกถึงเย็นวันหนึ่งที่คนสองคนกลับถึงบ้านหลังจากวันที่เหนื่อยล้า คนหนึ่งกำลังเตรียมอาหาร อีกคนกำลังนั่งพักอยู่บนโซฟา
ระหว่างนั้น คนที่กำลังทำอาหารพูดขึ้นว่า “วันนี้รถติดมากเลยนะ” ส่วนอีกคนตอบสั้น ๆ ว่า “อืม”
บทสนทนาจบลงเพียงเท่านั้น ทั้งคู่ไม่ได้ทะเลาะกัน ไม่มีใครพูดจารุนแรง และไม่มีเหตุการณ์สำคัญอะไรเกิดขึ้น แต่คนที่เริ่มต้นบทสนทนาอาจรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังพูด อยู่เพียงลำพัง ขณะที่อีกคนก็ไม่ได้คิดว่ามีอะไรผิดปกติ เพราะสำหรับเขา การตอบว่า “อืม” ก็หมายถึงการรับฟังแล้ว
แน่นอนว่า การตอบรับสั้น ๆ เพียงครั้งเดียวไม่ได้บอกว่าคนรักไม่ใส่ใจ บางทีเขาอาจกำลังเหนื่อย มีเรื่องให้คิด หรือยังไม่พร้อมพูดคุยในเวลานั้น
แต่หากเหตุการณ์คล้ายกันเกิดขึ้นซ้ำ ๆ จนคนหนึ่งเริ่มรู้สึกว่าไม่ว่าจะเล่าอะไรไปก็ไม่มีใครสนใจ “พูดไปก็เท่านั้น” เขาอาจค่อย ๆ ลดการแบ่งปันเรื่องราวในชีวิตลง ขณะที่อีกคนอาจไม่ ทันสังเกตด้วยซ้ำว่าบทสนทนาระหว่างกันเปลี่ยนไปแล้ว ความห่างเหินค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นโดยไม่มีใครทันสังเกต
ในกรณีนี้ ความห่างเหินจึงอาจไม่ได้เกิดจากการทะเลาะกันครั้งใหญ่ หรือไม่ใช่ระยะห่างทางกายเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความรู้สึกว่าเรื่องราวภายในของเราไม่ได้ถูกรับรู้จากอีกคน และอาจเกี่ยวข้องกับรูปแบบการสื่อสารเล็ก ๆ ที่เกิดซ้ำ รวมถึงความหมายที่แต่ละคนรับรู้หรือตีความจากสิ่งเหล่านี้ด้วย
บทความนี้ Mission On อยากชวนทุกคนมาเริ่มต้นสำรวจว่า
“แล้วเราจะเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างกันได้อย่างไร?” และทุกวันนี้ “เรายังใช้เวลาด้วยกันมากน้อยแค่ไหน?” “รวมถึงเวลาที่เราได้ใช้ร่วมกัน เราเปิดพื้นที่ให้อีกคนเข้ามารับรู้โลกของเรา เขารับรู้สิ่งเหล่านั้นอย่างไร และเรารับรู้โลกของเขากลับไปมากแค่ไหน?”
อ่านเพิ่มเติมเรื่อง “ทำความรู้จักโลกของคนรัก” ได้ที่นี่
1. สัญญาณเล็ก ๆ ที่เราอาจมองข้าม
(เมื่อสิ่งที่เราพูด ไม่ใช่ทั้งหมดที่เราต้องการสื่อเสมอไป)
ในชีวิตประจำวัน เราสื่อสารกับคนรักผ่านสิ่งต่าง ๆ มากมาย ทั้งด้วยคำพูดและการกระทำ บางครั้งเป็นการพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนเรื่องทั่วไป บางครั้งมีเป้าหมายชัดเจน เช่น ต้องจัดการเรื่องที่จำเป็นร่วมกัน หรืออยากขอให้อีกฝ่ายช่วยทำบางอย่าง
และบางครั้ง เราอาจแค่อยากแบ่งปันประสบการณ์ ชวนอีกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมในช่วงเวลาหนึ่งของเรา หรืออยากรู้ว่าเขาพร้อมรับฟังเราหรือไม่
ดร. จอห์น กอตต์แมน (Dr. John M. Gottman) ใช้แนวคิด Bids for Connection อธิบายความพยายามในการเชื่อมต่อถึงกันกับคนรัก หรือชวนให้อีกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งอาจเกิดขึ้นผ่านคำพูด สีหน้า ท่าทาง หรือพฤติกรรมเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน (Gottman & Silver, 2015)
ในหนังสือ The Seven Principles for Making Marriage Work กอตต์แมนอธิบายว่า ตลอดเวลาที่คนสองคนใช้ชีวิตร่วมกัน เราต่างส่งสัญญาณเล็ก ๆ เพื่อสื่อสารว่าเราต้องการอะไร เช่น ความสนใจ ความอบอุ่น อารมณ์ขัน หรือขอให้คนรักช่วยบางอย่าง และเรียกสัญญาณเหล่านี้ว่า “Bids” (การส่งสัญญาณเพื่อให้เราได้เชื่อมโยงคอนเนคถึงกัน)
สัญญาณเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องเป็นคำหวานหรือการแสดงความรักอย่างชัดเจน แต่อาจเป็นเรื่องธรรมดา เช่น
ชวนคุยเรื่องทั่วไป — “วันนี้รถติดมากเลย”, “วันนี้มีเรื่องตลกมากอยากเล่าให้ฟัง” บอกเล่าความรู้สึก — “ช่วงนี้รู้สึกเหนื่อยจัง”, “วันนี้ที่ทำงานไม่จอยเลย” ชวนให้มีส่วนร่วม — ส่งข้อความไปบอกว่าเห็นร้านหนึ่งแล้วนึกถึงอีกฝ่าย ขอความช่วยเหลือเล็ก ๆ น้อย ๆ — “ช่วยดูตรงนี้ให้หน่อยได้ไหม” แสดงออกทางกาย — ขยับมานั่งลงใกล้ ๆ ยื่นมือไปจับมือ แตะไหล่เบา
พฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้มีความหมายเหมือนกันทุกครั้ง การพูดว่า “วันนี้เหนื่อยจัง” อาจเป็นเพียงการบอกเล่าทั่วไป แต่ในบางกรณีอาจเป็นการเปิดโอกาสให้อีกคนถามต่อ รับฟัง หรือแสดงความใส่ใจ
สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การพยายามตีความทุกคำพูดการกระทำให้ลึกซึ้ง แต่อาจเป็นการค่อย ๆ เรียนรู้ว่า สำหรับคนตรงหน้าแล้ว วิธีการที่เขาแบ่งปันเรื่องราวเล็ก ๆ การขอความช่วยเหลือ หรือการอยากมีใครสักคนรับฟัง มันมีหน้าตาหรือความหมายอย่างไร และอะไรทำให้เขารู้สึกว่ากำลังถูกรับฟังจริง ๆ
เพราะหลายครั้ง สิ่งที่เราต้องการจากคนรักอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด แต่เป็นการได้รู้ว่าเรื่องราวที่เราแบ่งปันไปให้อีกคนฟังยังมีพื้นที่อยู่ในความสัมพันธ์
สิ่งที่ดูเล็กน้อยสำหรับคนหนึ่ง อาจเป็นวิธีสำคัญที่อีกคนใช้แสดงความรู้สึกหรือชวนให้เข้ามาใกล้กันมากขึ้น