เปิดใจชวนคุยเรื่องสถานะความสัมพันธ์ให้ชัดเจน
—นิยามสถานะอย่างใจเย็น มั่นคง และเป็นตัวของตัวเอง
(Define the Relationship Part 2)
จากบทความที่แล้ว หลายคนรู้จักแล้วว่า การได้พูดคุยหรือเคลียร์สถานะให้ชัดเจน (DTR) ให้ข้อดีอะไรกับเราบ้าง ในบทความนี้เราจะมาดูกันต่อว่า จะมีวิธีการเตรียมตัวและเปิดบทสนทนาอย่างไร ให้การพูดคุยนี้เป็นไปอย่างราบรื่น?
(Define the Relationship - DTR คือ การเคลียร์สถานะให้ชัดเจน หรือตกลงว่าจะคบกันในฐานะอะไร ไม่จำเป็นต้องอยู่ในบริบทของความสัมพันธ์ไม่ชัดเจน หรือ Situationship อย่างเดียว นำไปใช้ในความสัมพันธ์คู่รักทั่วไปได้ด้วย)
หลายครั้งที่การพูดคุยเรื่องสถานะ มักเป็นช่วงเวลาที่สร้างความประหม่าและความกังวลให้กับหลายๆ คน บทความนี้จะช่วยสรุปแนวทางและเหตุผลทางจิตวิทยาที่จะช่วยให้คุณรับมือกับช่วงเวลานี้ได้อย่างมั่นคง มีวุฒิภาวะ และเป็นตัวของตัวเองได้ค่ะ
อ่านเรื่อง Situationship ได้จากโพสต์ก่อนหน้าของเรา
ภาพประกอบจาก Freepik ภาพประกอบจาก Freepik ภาพประกอบจาก Freepik ภาพประกอบจาก Freepik
1. เตรียมตัวก่อนเริ่มคุย
ก่อนจะเริ่มบทสนทนา การเตรียมใจให้พร้อมคือสิ่งสำคัญที่สุด แนวทางด้า นล่างนี้จะช่วยให้คุณเตรียมตัวได้อย่างราบรื่น
สำรวจตัวเอง ทบทวนความรู้สึก
การได้เช็กใจตัวเอง หรือใช้เวลาสะท้อนภาพความสัมพันธ์ และทบทวนความรู้สึกที่แท้จริงที่เรามีต่ออีกฝ่าย
ระบุเป้าหมายให้ชัด
ตอบตัวเองให้ได้ว่าเราต้องการไปต่อกับความสัมพันธ์นี้แบบจริงจัง หรือแค่อยากรู้ว่าตอนนี้อยู่จุดไหน การมีเป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยนำทางให้บทสนทนาไม่หลงประเด็น
ยอมรับความกลัว
ถามตัวเองว่ากังวลกับคำตอบแบบไหนที่สุด? ยอมรับว่า มันเป็นเรื่องปกติที่จะกลัวคำตอบที่ไม่ตรงใจ แต่อย่าให้ความกลัวมาขวางทางไม่ให้เรากล้าเผชิญกับความจริง
ซ้อมสิ่งที่อยากพูด
อาจไม่ถึงขั้นต้องเขียนสคริปต์ แต่การลองเรียบเรียงความคิด เรียบเรียงประโยคไว้เป็นแนวทางล่วงหน้า จะช่วยลดความวิตกกังวล อาการประหม่าได้
จัดการความคาดหวัง
เปิดใจให้กว้าง เตรียมใจยอมรับว่า ผลลัพธ์อาจเป็นได้ทั้งบวกและลบ เพราะอีกฝ่ายอาจจะคิดเหมือนหรือไม่เหมือนเราก็ได้
วางแผนรับมือกับผลลัพธ์
ดร. ซาบรีนา โรมานอฟ แนะนำให้มี “แผนสำรองในใจ” ว่าถ้าอีกฝ่ายไม่พร้อมจะไปต่อด้วยกัน เราจะทำอย่างไร? เช่น ถ้าเขาไม่อยากผูกมัด เราจะยังไปต่อไหม? หรือเราจะให้เวลาเขาได้อีกมากน้อยแค่ไหน? การมีแผนไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้เราไม่เสียศูนย์เมื่อเจอคำตอบที่ไม่คาดคิด
— Sabrina Romanoff, PsyD นักจิตวิทยาคลินิกและผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์
ภาพประกอบจาก Freepik ภาพประกอบจาก Freepik ภาพประกอบจาก Freepik ภาพประกอบจาก Freepik
2. เริ่มต้นบทสนทนาอย่างไร?
เลือกเวลาและสถานที่ให้เหมาะสม
❌ หลีกเลี่ยงช่วงที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกำลังเร่งรีบ เครียด หรือเหนื่อย
✅ เลือกใช้สถานที่ที่เงียบสงบ เป็นส่วนตัว และมั่นใจได้ว่าจะไม่มีใครขัดจังหวะ สามารถพูดเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องที่ลึกซึ้งได้อย่างปลอดภัยและสบายใจ
เริ่มต้นด้วยพลังบวก
เริ่มบทสนทนาด้วยความรู้สึกดีๆ เรื่องราวที่เป็นบวกก่อน เช่น
“ช่วงนี้พอมีโอกาสได้คิดถึงเรื่องของเราบ่อยๆ เลยอยากจะลองเช็กกับคุณดูหน่อย”
ยอมรับความอึดอัด
การยอมรับว่าเรารู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้ตรงๆ จะช่วยละลายพฤติกรรมได้ดี เช่น
“ฉันรู้สึกประหม่ า/อึดอัด/เกร็งนิดหน่อยที่ต้องพูดเรื่องนี้ แต่ฉันอยากซื่อสัตย์กับคุณ และอยากรู้ว่าตอนนี้เราอยู่จุดไหนของกันและกัน?"
ชัดเจน กล้าเปิดใจแชร์ความรู้สึก
โดยเฉพาะการเปิดใจแสดงความรู้สึกที่เปราะบางของเรา (Vulnerable) เช่น
“ฉันมีความสุขมากที่เราได้ใช้เวลาด้วยกัน และตอนนี้ฉันไม่ได้สนใจที่จะคุยกับคนอื่นเลย”
ในกรณีที่อยากให้ความสัมพันธ์ไปต่อด้วยสถานะที่ชัดเจน เช่น หากอยากเป็นแฟนกันจริงๆ ให้กล้าสื่อสารอย่างจริงใจ ตรงไปตรงมา
“ฉันชอบคุณนะ และอยากจะโฟกัสแค่คุณคนเดียว คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้บ้าง?"
ภาพประกอบจาก Freepik ภาพประกอบจาก Freepik ภาพประกอบจาก Freepik
3. ระหว่างการพูดคุย ดำเนินบทสนทนาให้ราบรื่นอย่างไร?
ให้พื้นที่อีกฝ่ายได้ตอบ
หลีกเลี่ยงการกดดันเอาคำตอบทันที ให้อีกฝ่ายได้มีเวลาคิดทบทวน ประมวลผลสิ่งที่เราต้องการสื่อสารก่อน
ฟังมุมมองของเขา
เมื่ออีกฝ่ายพร้อมพูดให้ตั้งใจฟังจริงๆ เพื่อทำความเข้าใจมุมมองและความรู้สึกที่เขามีต่อความสัมพันธ์นี้
ถามเพื่อความชัดเจน
หากคำตอบดูคลุมเครือ อย่ากลัวที่จะถามเพิ่ม และให้ถามเจาะจง เช่น
“ที่บอกว่าขอดูไปเรื่ อยๆ/ปล่อยไปตามธรรมชาติ/ปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคต คุณหมายความว่าอย่างไร? ยังไม่พร้อมจริงจังตอนนี้ใช่ไหม/ยังไม่พร้อมสำหรับความสัมพันธ์ที่จริงจังใช่ไหม?”
รับรู้ความรู้สึกของเขา
แสดงให้อีกฝ่ายเห็นว่าคุณได้ยิน รับรู้ และต้องการทำความเข้าใจในสิ่งที่เขาสื่อสารให้ฟัง หรือมุมมองที่เขามีต่อความสัมพันธ์ของเรา
ภาพประกอบจาก Freepik ภาพประกอบจาก Freepik
4. วิธีการรับมือกับผลลัพธ์รูปแบบต่างๆ
ใจตรงกัน
ถ้าผลตอบรับออกมาดีว่าเราทั้งคู่เห็นตรงกัน และอยากไปต่อด้วยกันแบบที่มีสถานะชัดเจน เราสามารถชวนคุยต่อเรื่องก้าวต่อไป เช่น จะเปิดตัวเมื่อไหร่ จะคบกันแบบไหน หรือพาไปเจอครอบครัวและเพื่อนอย่างไร?
อยากเป็นคนคุยแบบสบายๆ ด้วยกันทั้งคู่
มันเป็นไปได้ที่คนทั้งคู่จะยังไม่พร้อมมีสถานะจริงจัง และการตัดสินใจร่วมก ันว่า “จะเป็นแบบนี้ไปก่อน” ก็อาจเป็นเรื่องที่ทำให้ทั้งคู่สบายใจได้ (ในกรณีที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกัน)
อีกฝ่ายยังไม่พร้อมผูกมัด
หลายคน “กลัวการผูกมัด” (Fear of commitment) ซึ่งเป็นเรื่อ งที่พบเจอได้บ่อย มันอาจจะรู้สึกเจ็บปวดเมื่อคู่ของเราคิดไม่ตรงกันและไม่พร้อมที่จะผูกมัด
แต่การได้รู้ความจริงนั้นย่อมดีกว่าต้องคอยคาดเดาไปเรื่อยๆ เราอาจจะตอบกลับไปว่า
“ขอบคุณที่พูดตรงๆ นะ ดีแล้วที่ได้รู้ว่าตอนนี้เราอยู่ในสถานะไหนกัน”