6 สิ่งที่เราควรคำนึงถึงในช่วงวันหยุดเทศกาล
—ก่อน “เข้าร่วม” หรือ “ถอยห่าง” จากความขัดแย้งในครอบครัว
(โดยเฉพาะเมื่อมีบทสนทนาเกี่ยวกับเรื่องการเมือง หรือประเด็นที่ละเอียดอ่อนอื่นๆ)
วันหยุดช่วงเทศกาลที่เราควรจะได้อยู่พร้อมหน้ากับครอบครัวอย่างมีความสุข ทำไมบางโอกาสมันจึงลงเอยด้วยความขัดแย้ง?
ช่วงวันหยุดยาวคือเวลาที่เราควรได้พักผ่อน แต่สำหรับหลายคน กลับเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยบรรยากาศความตึงเครียดในครอบครัว
โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้เวลาร่วมกับสมาชิกในครอบครัวที่มีความคิดเห็น ทัศนคติมุมมอง หรือความต้องการที่แตกต่างกัน เช่น ความคิดเห็นทางการเมือง หรือประเด็นละเอียดอ่อนต่างๆ
ผลสำรวจจาก APA (สมาคมจิตวิทยาอเมริกัน) พบว่า ความเครียดจากปัจจัยภายนอก เช่น อนาคตประเทศ เศรษฐกิจ การเลือกตั้ง เป็นต้น มักจะแทรกซึมเข้ามา ในครอบครัวผ่านบทสนทนาบนโต๊ะกินข้าว หรือในเวลาว่างที่เรานั่งสังสรรค์ร่วมกัน และมันทำให้เกิดความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว
(ผลสำรวจจาก American Psychological Association — Stress in America, 2024 ที่ศึกษาในกลุ่มคนอเมริกัน)
หากความขัดแย้งกำลังก่อตัวขึ้น นี่คือสิ่งที่ APA แนะ นำมาว่า เราควรคำนึงถึง 6 ปัจจัยด้านล่างนี้ ก่อนที่จะตัดสินใจกระโดดเข้าร่วมในบทสนทนาที่บั่นทอนจิตใจ ทั้งต่อเราเองและคนรอบข้าง
6 สิ่งที่เราควรทำ
1. ตรวจสอบแรงจูงใจและเป้าหมายของเราก่อน
(Examine your motives and goals)
ดร.นอร์แมน เอปสไตน์ ให้ข้อมูลว่า แรงจูงใจเบื้องหลังบทสนทนา มีความสำคัญอยู่ไม่น้อย
ก่อนที่เราจะพูดอะไร ให้ถามตัวเองว่า "เป้าหมายของฉันคืออะไร?"
🚨 หากเป้าหมายคือ “เพื่อเอาชนะ” ในการโต้เถียงใดๆ ก็ตาม 🚨 หรือ “เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองถูกและคนอื่นผิด” ดร. เอปสไตน์ ให้ข้อคิดเตือนใจว่า แรงจูงใจแบบนี้ทำให้เราพ่ายแพ้ไปแล้ว
สิ่งที่ควรคำนึงถึงในช่วงเวลาแบบนี้คือ
1. เราอยากให้วันหยุดนี้ถูกจดจำแบบไหน? “การได้อยู่กับครอบครัวอย่างอบอุ่น?” หรือ “การได้ทะเลาะกันอย่างรุนแรงกับใครบางคน?”
2. เราต้องการให้การพบกันครั้งนี้ของครอบครัว ส่งผลในทิศทางบวกต่อความสัมพันธ์ของพวกเราหรือเปล่า?
ถ้าคำตอบคือ “ใช่” ให้ลองปรับเปลี่ยนเป้าหมายในการสื่อสารของเราใหม่ ให้สร้างสรรค์ขึ้นด้วยการทำตามข้ออื่นๆ ด้านล่างนี้
— Dr. Norman Epstein ศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ในครอบครัว
2. ทำความเข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงมีความคิดแบบนี้
(Focus on understanding)
ดร. คาโรลิน เจ. ลูเคนส์เมเยอร์ กล่าวถึงการปรับบทสนทนาของเราให้สร้างสรรค์ขึ้น ด้วยการตั้งเป้าไว้ว่า
“เราจะดำเนินบทสนทนาของเรา ให้มันสามารถจบลงได้ด้วยความเข้าใจ ทั้งเข้าใจอีกฝ่ายในฐานะเพื่อนมนุษย์คนหนึ่ง” (หรือเพื่อให้เราเข้าใจกันและกันมากขึ้น)
เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้นได้ บทสนทนาดีๆ ที่ทำให้เราได้ใช้เวลาอย่างคุ้มค่าด้วยกัน จึงตามมาได้ไม่ยาก
— Carolyn J. Lukensmeyer, Ph.D. ผู้อำนวยการบริหารของสถาบันแห่งชาติว่าด้วยวาทกรรมพลเมือง
(National Institute for Civil Discourse; NICD)
✅ ดังนั้นจากข้อที่ 1 และ 2 การตั้งเป้าหมายที่สร้างสรรค์กว่า คือ
“ดำเนินบทสนทนาของเราจะเป็นไปเพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดี และจะออกจากบทสนทนาด้วยความเข้าใจในกันและกันมากขึ้น”
การตั้งเป้าไว้แบบนี้ อาจจะสบายใจกับเรามากกว่าด้วย และทำให้เราไม่ไขว้เขวจนพาตัวเองไปอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง
3. ให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย
(Keep it fair)
เคล็ดลับด้านล่างนี้ เป็นสิ่งที่ศูนย์ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต ของมหาวิทยาลัยเท็กซัส แนะนำว่าเป็นสิ่งสำคัญที่เราควรนึกถึงเมื่อกำลังเข้าสู่บทสนทนา
1. พูดถึงหรือโฟกัสแค่เพียง “ประเด็นเดียว” ในแต่ละครั้ง เช่น โฟกัสไปที่เป้าหมายแรกของเรา
2. ระบุประเด็นให้ชัดเจน และยึดเอา “ข้อเท็จจริง” มาพูดเป็นหลัก
3. ใช้ประโยค I-statements เพื่อแสดงออกหรือสื่อสารถึงความรู้สึกของเรา (เรารู้สึกอย่างไร?) และหลีกเลี่ยง You-statements ที่เป็นการพูดถึง ‘ตัวตนของอีกฝ่าย ’ ด้วยการกล่าวโทษหรือตำหนิ
4. เปิดโอกาสหรือชวน ให้อีกฝ่ายได้แบ่งปันมุมมองในส่วนของเขาให้เราฟังด้วย
5. ตั้งใจรับฟัง และระมัดระวังที่จะไม่พูดแทรก
6. พยายามมองสิ่งต่างๆ จากมุมมองของอีกฝ่ายด้วย
— The University of Texas at Austin Counseling and Mental Health Center











