เบื้องหลังความหมกมุ่นกับตัวเอง ไม่เห็นใจคนอื่น?
— “โรคหลงตัวเอง” หรือ “โรคบุคลิกภาพหลงตัวเอง” ภาวะสุขภาพ จิตที่หลายคนอยากรู้จักให้มากขึ้น
เมื่อพูดถึงการ “หลงตัวเอง” (Narcissism)
หลายคนมักนึกถึงแค่ ความเย่อหยิ่ง การรู้สึกว่าตัวเองอยู่เหนือกว่า หรือดีกว่าคนอื่นในแง่มุมต่างๆ ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางหรือเห็นแก่ตัว
แต่ในความเป็นจริงแล้ว “ความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบหลงตัวเอง” (Narcissistic Personality Disorder: NPD) หรือ “โรคหลงตัวเอง” ที่หลายคน ชอบเรียกกัน คือภาวะสุขภาพจิตที่ซับซ้อนและส่งผลกระทบอย่างมากต่อผู้ที่เป็น
✔️ เพราะมันกระทบต่อการรับรู้คุณค่าในตัวเอง (Self-esteem) อัตลักษณ์หรือภาพที่ใครคนหนึ่งใช้มองตัวเอง (เช่น มองว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่น หรือให้คุณค่าตัวเองสูงเกินความเป็นจริง)
✔️ และวิธีการที่คนคนนั้นปฏิบัติต่อตัวเองและคนอื่น (เช่น สร้างคว ามสัมพันธ์ในด้านลบกับคนอื่น ทั้งแบบที่จงใจทำและไม่รู้ตัว)
ผู้ที่มีบุคลิกภาพแบบ NPD มักมีความต้องการที่จะทำให้ คนอื่นประทับใจ หรือ อยากรู้สึกว่าตัวเองได้รับความสำคัญ อย่างมาก
และความต้องการนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องแค่กับรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการหมกมุ่นถึงลักษณะหรือความสามารถอื่นๆ ที่ตัวเองมี เช่น ความสำเร็จ รู้สึกว่าตัวเองมีอำนาจ ฉลาด ร่ำรวย มีเสน่ห์ดึงดูด มีทักษะทางศิลปะ หรือความสามารถด้านกีฬาที่โดดเด่น เป็นต้น
และความต้องการนี้อาจนำไปสู่พฤติกรรมอันตรายอื่นๆ ที่จะส่งผลกระทบในด้านลบต่อผู้ที่กำลังมีภาวะนี้ และบุคคลรอบข้างได้อย่างมหาศาล
จากตำนานกรีก สู่ความผิดปกติของบุคลิกภาพ
—ที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตอย่างน่ากังวล
ชื่อ NPD มีที่มาจาก นาร์ซิสซัส (Narcissus) นักล่าในตำนานกรีก ตามตำนาน “นาร์ซิสซัส” ลุ่มหลงในความงามของตัวเองอย่างมาก จนไม่สามารถหยุดมองเงาสะท้อนของตัวเองในบ่อน้ำได้ เขาจ้องมองเงาสะท้อนจนกระทั่งเสียชีวิต
และเป็นที่มาว่าทำไมเราถึงเรียกคนที่มีบุคลิกภาพแบบ NPD ว่า “นาร์ซิสซิสต์” (Narcissist)
หน้ากากที่ปิดบังความเปราะบาง
เบื้องหลังพฤติกรรมโอ้อวด ความต้องการเสียงชื่นชมอย่างต่อเนื่อง หรือความรู้สึกว่าตัวเองมีสิทธิ์มีเสียงเหนือคนอื่น (Entitlement) คือ “การเห็นคุณค่าในตัวเองที่เปราะบางอย่างมาก” (Fragile self-esteem)
ผู้ที่เป็น NPD จึงมักอยากได้ความสนใจ ต้องการการยอมรับจากผู้คนรอบข้างมากๆ เพื่อมาเติมเต็มโลกภายในหรือคุณค่าของตัวเองที่เว้าแหว่งไป (จากการที่ตัวตนภายในของเขาเปราะบาง)
และเพียงคำตำหนิ วิพากย์วิจารณ์เล็กน้อย อาจทำให้คนที่เป็น NPD รู้สึกไม่ปลอ ดภัย ไขว่เขว สั่นคลอน รู้สึกเหมือนตัวตนข้างในถูกทำให้แตกสลาย จนต้องแสดงอารมณ์ลบๆ ที่เรามองว่าเป็นพฤติกรรมร้ายกาจ เช่น แสดงความโกรธฉุนเฉียว ใช้คำพูดร้ายๆ โจมตีคนอื่น หรือสร้างกำแพงขึ้นมา
หรือแม้แต่กระทั่งใช้เล่ห์เหลี่ยมเพื่อควบคุมบงการคนอื่น ใช้การกระทำที่ดูเหมือนปกติแต่แฝงการกดดันทางอารมณ์ พูดบิดเบือนทีละน้อยจนอีกฝ่ายค่อยๆ สูญเสียความมั่นใจ สับสนในการตัดสินใจ (Gaslighting) เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง หรือทำให้ตัวเองรู้สึกมีอำนาจในการควบคุม...
พฤติกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นเพื่อ “ปกป้องตัวเอง” จากความรู้สึกไม่ประสบความสำเร็จ ถูกปฏิเสธ หรือความรู้สึกว่างเปล่าภายในที่พวกเขากลัวที่สุด
การปกป้องตัวเองในที่นี้คือ
✔️ ปกป้องภาพลักษณ์สวยงามที่พวกเขาบรรจงสร้างเอาไว้อย่างดี เพื่อใช้เป็น “เกราะป้องกันตัว” ✔️ ปกป้องตัวตนภายในที่รู้สึกไม่ปลอดภัย ✔️ หนีจากความรู้สึกละอายที่มี ✔️ หรือซ่อนบาดแผลในวัยเด็ก ที่เคยถูกทำให้แตกสลายเอาไว้
เพราะไม่มีตัวตนที่เข้มแข็งพอ ที่จะทำให้กล้าเปิดเผยด้านอ่อนแอให้คนอื่นเห็น หรือสามารถยอมรับมันได้ด้วยตัวเอง พูดให้เห็นภาพคือ “พวกเขาไม่สามารถโอบกอดตัวตนที่บกพร่อง ไม่สมบูรณ์แบบของตัวเองได้”
ในกรณีที่รุนแรงที่สุด
ผู้ที่เป็น NPD อาจต้องต่อสู้กับความรู้สึกไม่ประสบความสำเร็จหรือถูกปฏิเสธ
จนทำให้สุขภาวะทางจิตใจตกอยู่ในความเสี่ยง (เช่น มีอาการแทรกซ้อนด้วยโรคทางจิตใจอื่นๆ)
และบางรายนำไปสู่การเลือกจบชีวิตตัวเอง
(Coleman et al., 2017)
เมื่อการเอาเปรียบผู้อื่น คือกลไกการเอาตัวรอด
ผู้ที่เป็น NPD อาจแสวงหาประโยชน์จากคนอื่น (ทั้งที่รู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม) หรือสร้างความสัมพันธ์กับคนที่จะช่วยส่งเสริมสถานะ หรือทำให้ภาพลักษณ์ของตัวเองดูดีขึ้น
โดยอาจไม่ได้ตั้งใจจะทำร้าย แต่เป็นผลมาจาก “ความต้องการอย่างมาก ที่จะรู้สึกว่าต ัวเองมีความสำคัญ” ซึ่งจะส่งผลลบต่อทั้งตัวเองและคนรอบข้างในระยะยาว
“พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้เกิดวงจรความทุกข์” ยิ่งแสวงหาการชื่นชมมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้สึกว่างเปล่าเมื่อไม่ได้รับการตอบสนอง และต้องพยายามมากขึ้นเพื่อรักษาภาพลักษณ์ หรือสถานะที่สูงเกินจริงนี้ไว้
ค้นหาความเข้าใจที่ลึกซึ้งกว่าการตัดสิน
การทำความเข้าใจผู้ที่เป็น NPD ไม่ใช่ความต้องการที่จะตีตราใคร
แต่คือการเข้าใจว่าโรคนี้เป็นอะไรที่ลึกซึ้งมากกว่า “นิสัยไม่ดี” แต่เป็นความผิดปกติทางบุคล ิกภาพที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตใจ และต้องได้รับการดูแลเยียวยา
หากคุณกำลังพบเจอลักษณะเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นในตัวเองหรือในความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิด
การเปลี่ยนแปลงและปรับตัวสามารถเกิดขึ้นได้ด้วยความช่วยเหลือที่ถูกต้อง แม้จากงานวิจัยมักชี้ให้เห็นว่า “เราไม่สามารถเปลี่ยนคนที่เป็น NPD ได้”
เพราะคนเดียวที่สามารถเปลี่ยนพฤต ิกรรมได้คือ ตัวเขาเอง แต่สิ่งที่เราสามารถทำได้คือ ช่วยสนับสนุนให้พวกเขาเข้ารับการดูแลรักษาที่เหมาะสม
เพื่อการบำบัดรักษาที่จะมีประสิทธิภาพมากที่สุด หากคุณสงสัยว่าตัวเอง หรือคนใกล้ชิดมีลักษณะอาการแบบ NPD ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อวินิจฉัยและหาแนวทางการบำบัดรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป เช่น
✔️ ปรึกษาจิตแพทย์ (Psychiatrist) ✔️ นักจิตวิทยาคลินิก (Clinical Psychologist) ✔️ หรือนักจิตบำบัดที่ได้รับใบอนุญาตรับรอง (Certified Therapist)
สิ่งที่คนรอบข้างสามารถทำได้
1. ยอมรับว่าเราไม่สามารถเปลี่ยนพวกเขาได้
คนรอบข้างสามารถทำได้เพียงช่วยสนับสนุนให้พวกเขาเข้ารับการบำบัดรักษา ได้รับการดูแล เยียวยาจิตใจในแบบที่พวกเขาต้องการ
สิ่งสำคัญคือ
✔️ ไม่ตั้งความหวังเกินจริงว่าพวกเขาจะหาย หรือพยายามเปลี่ยนพฤติกรรมให้ดีขึ้น
แต่สำหรับในครอบครัวที่มีสมาชิกบางคนอาจมีลักษณะอาการแบบ Narcissism แต่อยู่ในเสปกตรัมที่ไม่รุนแรง ✔️ การพาทั้งครอบครัวไปหานักจิตบำบัดครอบครัว เพื่อปรับมุมมอง การมีปฏิสัมพันธ์ต่างๆ อาจช่วยเพิ่มความหวังว่า การเยียวยาจะดำเนินไปในทิศทางที่ดีได้ โดยเฉพาะในกรณีที่สมาชิกในครอบครัว มีค วามตั้งใจดีที่ช่วยกันรับผิดชอบและให้ความเห็นอกเห็นใจแก่กันและกันได้ (Karyl McBride, Ph.D., 2022 — นักจิตบำบัดคู่สมรสและครอบครัว)
(Disclaimer: ยังไม่มีงานวิจัยรองรับอย่างชัดเจน)
2. ตั้งสติและอย่ารับพฤติกรรมหรืออารมณ์ลบๆ มาใส่ใจ
ผู้ที่เป็น NPD อาจพยายามยั่วยุหรือสร้างสถานการณ์บางอย่าง เพื่อให้เราทำตามที่เขาต้องการ
✔️ หลีกเลี่ยงการรับเร ื่องราวลบๆ เหล่านี้มาตีตราตัวเอง ✔️ และอย่าตอบโต้ด้วยอารมณ์ลบแบบเดียวกัน
3. ตั้งขอบเขตเพื่อสุขภาพจิตใจที่ดีของเรา (Boundaries)
การยอมทำตามข้อเรียกร้องของผู้ที่เป็น NPD ทุกครั้งไป จะไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น (และบางครั้งอาจทำให้อะไรๆ แย่ลงกว่าเดิม)
✔️ กำหนดขอบเขต และแจ้งอีกฝ่ายอย่างชัดเจนว่า “เรายินดีหรือไม่ยินดีที่จะทำอะไรให้” และ จงยึดมั่นในขอบเขตนั้น
4. ปกป้องตัวเอง
ผู้ที่เป็น NPD อาจใช้การ Gaslighting (บิดเบือนความเป็นจริง) เพื่อใช้ละเมิดขอบเขตของเรา ให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ
✔️ เราควรจดบันทึกหรือทำบันทึกประจำวัน หากมันเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้เรามั่นใจได้ว่ามีสิ่งใดที่เกิดขึ้นบ้าง และอะไรคือข้อเท็จจริง
5. ดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
✔️ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อจัดการกับอารมณ์และความยากลำบากของตัวเองในการรับมือกับภาวะอาการของผู้ที่เป็น NPD
6. อย่าละเลยสัญญาณเตือน
หากเราสงสัยว่า คนที่เรารักกำลังเป็น NPD และมีอาการปลีกตัวจากสังคม หรือคิดที่จะทำร้ายตัวเอง
✔️ ให้พูดคุยกับพวกเขาโดยตรง และพาไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหากทำได้ หรือโทรแจ้งสายด่วนฉุกเฉินหากพวกเขาตกอยู่ในอันตรายที่อาจเสี่ยงถึงชีวิต
✔️ ลักษณะอาการ สาเหตุของ NPD
✔️ ภาวะแทรกซ้อนที่อาจมีร่วมกับความผิดปกติทางบุคลิกภาพ
✔️ การวินัจฉัยและการรักษา
✔️ ข้อควรระวังเกี่ยวกับ NPD มีอะไรบ้าง?
— ติดตามอ่านได้ในบทความถัดไปของ Mission On
บทความนี้แปลและดัดแปลงเนื้อหาบางส่วนมาจาก
เว็บไซต์ Cleveland Clinic
บทความเรื่อง Turning your attention to narcissistic personality disorder (Updated in 2023) เขียนโดยทีม Cleveland Clinic
เว็บไซต์ Psychology Today
บทความเรื่อง The narcissist’s dilemma: They can dish it out, but... (2011) เขียนโดย Leon F Seltzer, Ph.D.
เว็บไซต์ Psychology Today
บทความเรื่อง Should you take your narcissistic parent to family therapy? (2022) เขียนโดย Karyl McBride, Ph.D.
เว็บไซต์ Therapy-central
บทความเรื่อง Surviving Narcissistic Gaslighting: Signs and Coping Strategies (2025) เขียนโดย Dr. Raffaello Antonino
อ้างอิง:
[1] Coleman, D., Lawrence, R., Parekh, A., Galfalvy, H., Blasco-Fontecilla, H., Brent, D. A., Mann, J. J., Baca-Garcia, E., & Oquendo, M. A. (2017). Narcissistic Personality Disorder and suicidal behavior in mood disorders. Journal of psychiatric research, 85, 24–28. https://doi.org/10.1016/j.jpsychires.2016.10.020
[2] Antonino, R. (2025, March 27). Narcissistic gaslighting: How to identify and Cope. Therapy Central. https://therapy-central.com/2025/03/27/surviving-narcissistic-gaslighting-signs-and-coping-strategies/
[3] Turning your attention to narcissistic personality disorder. Cleveland Clinic. (2023, March 8). https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/9742-narcissistic-personality-disorder
[4] McBride, K. (2022, March 21). Should you take your narcissistic parent to family therapy?. Psychology Today. https://www.psychologytoday.com/us/blog/the-legacy-distorted-love/202203/should-you-take-your-narcissistic-parent-family-therapy
[5] Seltzer, L. F. (2011, October 12). The narcissist’s dilemma: They can dish it out, but... Psychology Today. https://www.psychologytoday.com/ca/blog/evolution-the-self/201110/the-narcissists-dilemma-they-can-dish-it-out












































