top of page

อาการของ “โรคหลงตัวเอง” หรือ “โรคบุคลิกภาพหลงตัวเอง”

—มีเกณฑ์อะไรบ้างที่จะทำให้ถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้?



  • ภาพประกอบจากเว็บไซต์ simplypsychology.org


“โรคหลงตัวเอง” ภาวะสุขภาพจิตที่ทุกคนอยากรู้จักให้มากขึ้น

(คำที่ใช้เรียกโรคหลงตัวเอง อาจมีหลากหลาย เช่น “โรคบุคลิกภาพหลงตัวเอง” หรือ “ความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบหลงตัวเอง” ซึ่งจริงๆ แล้วมันคือสิ่งเดียวกัน)



โรคบุคลิกภาพหลงตัวเองพบได้บ่อยมากน้อยแค่ไหน?


รู้ไหมว่า? “โรคหลงตัวเอง” หรือ NPD (Narcissistic Personality Disorder) แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญเองยังไม่สามารถบอกได้ชัดเจนว่า โรคนี้พบได้บ่อยแค่ไหน?


ข้อมูลจากงานวิจัย พบว่าประมาณ 0.5% - 5% ของประชากรในสหรัฐอเมริกาอาจมีภาวะนี้ ที่น่าสนใจคือ จากประชากรทั้งหมด 50% - 75% ของผู้ที่เป็น NPD มักเป็น “เพศชาย”

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มคนที่ถูกเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า “หลงตัวเองแบบแอบแฝง” (Covert Narcissism) ซึ่งหมายถึงว่า คนกลุ่มนี้มักจะหลบซ่อนทัศนคติความเชื่อหรือพฤติกรรมหลงตัวเองไว้ ภายใต้ท่าทีที่ดูถ่อมตัว เพราะแบบนี้จึงคาดเดาได้ยากว่า จริงๆ แล้วมีผู้ที่เป็น NPD จำนวนมากน้อยแค่ไหน?


ในเด็กบางคน อาจแสดงลักษณะอาการบางอย่าง ที่บ่งบอกถึง “การหลงตัวเอง” แต่สิ่งนี้บ่อยครั้งเป็นเรื่องปกติของพัฒนาการตามช่วงวัย และไม่ได้หมายความว่าจะต้องโตไปเป็นโรคหลงตัวเองในอนาคต


  • ภาพประกอบจาก Freepik


อาการของโรคบุคลิกภาพหลงตัวเองมีอะไรบ้าง?


ตัวอักษรย่อที่บอก 9 สัญญาณอาการของ NPD และช่วยให้จำได้ง่าย คือ

S-P-E-C-I-A-L  M-E

อาการของ NPD ทั้งหมดเกี่ยวข้องกับความคิด ความรู้สึก และพฤติกรรม ข้อมูลจาก DSM-5-TR™ ได้ให้เกณฑ์การวินิจฉัยไว้ 9 ข้อ


ซึ่งการวินิจฉัย NPD จะพิจารณาจากพฤติกรรมและทัศนคติที่ปรากฏอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ใน 9 ข้อดังต่อไปนี้


1. รู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญอย่างมาก—มากจนเกินความเป็นจริง


Sense of self-importance

◾ ประเมินความสามารถของตัวเองสูงเกินไป หรือตั้งมาตรฐานให้ตัวเองสูงเกินจริง (Grandiose sense of self-importance) ◾ โอ้อวดหรือพูดเกินจริงเกี่ยวกับความสำเร็จของตัวเอง

  • ภาพประกอบจาก Freepik


2. มีจินตนาการบ่อยครั้ง เกี่ยวกับการมีอยู่หรือรู้สึกคู่ควรกับสิ่งต่อไปนี้


Preoccupation with power, success, intelligence, beauty, and love

(Frequent fantasies about having or deserving absolute self-fulfillment)


◾ ความสำเร็จ ◾ อำนาจ ◾ สติปัญญา ◾ ความงาม ◾ ความรัก ◾ เติมเต็มตัวเอง หรือทำให้ตัวเองสมหวัง



3.  รู้สึกว่าตัวเองมีสิทธิ์มีเสียงเหนือคนอื่น


Entitlement

◾ รู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าสูงเกินจริง (เหนือกว่าคนอื่น สูงส่งกว่าคนอื่น) ◾ คาดหวังว่าจะได้รับการปฏิบัติแบบพิเศษ (ในระดับที่ไม่สมเหตุสมผล) ◾ แสดงความโกรธเมื่อคนอื่นๆ ไม่เอาใจ ไม่ตามใจ หรือไม่ทำตามสิ่งที่ตนต้องการ

  • ภาพประกอบจาก Freepik


4. เชื่อว่าตนเองเหนือกว่า


Can only be around people who are important or special

(Belief in superiority)


◾ คิดว่าตัวเองพิเศษ หรือโดดเด่นกว่าคนอื่น ◾ เชื่อว่าตัวเองควรคบหาสมาคม เฉพาะกับคนที่ตัวเองเห็นว่าคู่ควรเท่านั้น

  • ภาพประกอบจาก Freepik


5. มีเจตนาที่จะแสวงหาประโยชน์จากคนอื่น


Interpersonally exploitative for their own gain

(Willingness to exploit others)


◾ ใช้ประโยชน์จากคนอื่น ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว ◾ สร้างมิตรภาพ หรือสานสัมพันธ์กับคนที่จะช่วยเสริมความน่านับถือของตัวเอง หรือช่วยยกสถานะตัวเองให้ดีขึ้น ◾ จงใจเอาเปรียบคนอื่นเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง



6. เย่อหยิ่ง ไม่ให้เกียรติหรือดูถูกคนอื่น


Arrogance

◾ มีพฤติกรรมแสดงความเจ้ากี้เจ้าการ (Patronizing behavior) ◾ แสดงพฤติกรรมในลักษณะที่ดูหยิ่งยโส หรือเหยียดหยามคนอื่น ◾ พูดจากดข่มหรือทำตัวดูถูกคนอื่น

  • ภาพประกอบจากเว็บไซต์ theedgetreatment.com
  • ภาพประกอบจาก Freepik


7. ขาดความเห็นอกเห็นใจ


Lack of empathy

◾ พูดในสิ่งที่อาจทำร้ายความรู้สึกของคนอื่น ◾ มองว่าความรู้สึก ความต้องการ หรือความปรารถนาของคนอื่น เป็นสัญลักษณ์ของความอ่อนแอ ◾ ไม่รู้จักตอบแทนความใจดีหวังดี ความเมตตา หรือความสนใจที่ผู้อื่นมอบให้



8. ต้องการให้คนอื่นชื่นชม


Must be admired

(Excessive need for admiration)


◾ มีการเห็นคุณค่าตัวเองที่เปราะบาง (Fragile self-esteem) ◾ สงสัยในตัวเอง วิจารณ์ตัวเอง หรือรู้สึกว่างเปล่าอยู่บ่อยครั้ง ◾ หมกมุ่นจดจ่ออยู่กับความต้องการที่จะรู้ว่า คนอื่นคิดอย่างไรกับตัวเอง ◾ พยายามทำสิ่งต่างๆ เพื่อให้ได้รับคำชม เรียกร้องหรือล่อลวงมาเพื่อให้ได้คำชม

  • ภาพประกอบจาก Freepik


9. รู้สึกอิจฉาบ่อยครั้ง


Envious of others or believe that others are envious of them

(Frequent envy)

◾ รู้สึกอิจฉาผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้อื่นประสบความสำเร็จ ◾ คาดหวังว่าจะถูกผู้อื่นอิจฉา ◾ ดูถูกหรือลดทอนความสำเร็จของผู้อื่น



— คู่มือการวินิจฉัยและสถิติสำหรับความผิดปกติทางจิต ฉบับที่ 5 ของสมาคมจิตแพทย์อเมริกัน; DSM-5-TR™ หรือ DSM-5®



พฤติกรรมอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับ NPD


ผู้ที่เป็น NPD อาจแสดงพฤติกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเกณฑ์ทั้ง 9 ข้อด้านบน แต่มีความแตกต่างออกไป เช่น

✔️ กลัวหรือหลีกเลี่ยงที่จะแสดงความอ่อนแอ (Vulnerability) ✔️ ปลีกตัวจากคนอื่นเพื่อซ่อนความรู้สึกอ่อนแอ ✔️ ยึดมั่นในความสมบูรณ์แบบ (Perfectionism) อาจกลัวหรือไม่กลัวความล้มเหลว ✔️ อ่อนไหวต่อการถูกวิพากษ์วิจารณ์ ถูกปฏิเสธ หรือเจอความล้มเหลว ✔️ มีภาวะซึมเศร้ารุนแรง เมื่อถูกปฏิเสธหรือเจอความล้มเหลว ✔️ ตอบสนองด้วยความโกรธ (หรือถึงขั้นเกรี้ยวกราด) เมื่อรู้สึกถูกตำหนิ วิจารณ์ หรือถูกปฏิเสธ ✔️ แกล้งทำเป็นถ่อมตัว เพื่อซ่อนความรู้สึกหรือปกป้องความรู้สึกว่าตัวเองสำคัญ ✔️ หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่อาจเกิดความล้มเหลว (ซึ่งอาจจำกัดโอกาส ที่จะทำให้ตัวเองประสบความสำเร็จ)

  • ภาพประกอบจาก WIX
  • ภาพประกอบจาก Freepik
  • ภาพประกอบจาก Freepik
  • ภาพประกอบจาก Freepik
  • ภาพประกอบจาก Freepik
  • ภาพประกอบจาก WIX


และในความเป็นจริงแล้วผู้ที่เป็น NPD อาจมีลักษณะอาการที่แตกต่างกันไปถึง 8 ประเภท (หากมีโอกาส Mission On จะนำมาเล่าสู่กันฟังในอนาคต) 


ภาวะแทรกซ้อนของโรคบุคลิกภาพหลงตัวเอง ⚠️


เป็นเรื่องปกติที่ผู้ที่เป็น NPD จะมีอาการคาบเกี่ยว หรือมีภาวะที่ซ้อนทับกับภาวะสุขภาพจิตอื่น ๆ ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยที่สุด มีดังนี้



1. ความผิดปกติทางอารมณ์หรือโรคไบโพลาร์

(Mood disorders or bipolar disorder)

โดยทั่วไปผู้ที่เป็น NPD มีแนวโน้มที่จะมีอาการความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้ามากกว่า แต่สิ่งที่พบได้บ่อยเช่นกันก็คือ โรคไบโพลาร์


2. ความผิดปกติทางบุคลิกภาพอื่น ๆ

(Other personality disorders)


ตัวอย่างเช่น

🚨 โรคบุคลิกภาพแบบก้ำกึ่ง (Borderline Personality Disorder - BPD) 🚨 โรคบุคลิกภาพต่อต้านสังคม (Antisocial Personality Disorder - ASPD)


3. ภาวะไม่พึงพอใจในรูปร่างของตนเอง

(Body dysmorphic disorder)

ผู้ที่เป็น NPD อาจมีภาวะนี้ร่วมด้วยคือ มีความรู้สึกด้านลบเกี่ยวกับร่างกายและรูปลักษณ์ภายนอกของตัวเอง และสิ่งนี้เกิดขึ้นได้ง่ายกว่าคนอื่นๆ


4. ความผิดปกติของการใช้สารเสพติด

(Substance use disorders - SUDs)

ผู้ที่เป็น NPD อาจหันไปพึ่งแอลกอฮอล์หรือสารเสพติด เพื่อช่วยบรรเทาปมในใจ เมื่อความเป็นจริงไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง 🚨 การใช้โคเคนและสารกระตุ้นอื่น ๆ มักพบได้บ่อยเป็นพิเศษ เนื่องจากมันให้ความรู้สึกที่ผู้เป็น NPD ต้องการ

ซึ่งแท้จริงแล้วมันคือ การหนีและหลีกเลี่ยงปัญหาปมภายในใจตัวเอง เพราะไม่กล้าเผชิญหน้ากับความอ่อนแอ ล้มเหลว ไม่สมบูรณ์แบบของตัวเอง



5. การฆ่าตัวตาย

(Suicide)

🚨 ในกรณีร้ายแรงที่สุด หากผู้ที่เป็น NPD มีภาวะซึมเศร้ารุนแรงหรือสิ้นหวังเมื่อเผชิญกับความท้าทาย ความล้มเหลว หรือการถูกปฏิเสธ อาจนำไปสู่การจบชีวิตตัวเอง และการกระทำเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะ ไม่ใช่การกระทำที่หุนหันพลันแล่น (ความคิดชั่ววูบ) หรือเป็นการ “การร้องขอความช่วยเหลือ”

ซึ่งหมายความว่าผู้ที่มี NPD มีแนวโน้มที่จะ ฆ่าตัวตายสำเร็จ มากกว่าคนอื่น


เมื่อถึงจุดนี้ เป็นไปได้ยากมากๆ หรือแทบเป็นไปไม่ได้เลย ที่คนที่เป็น NPD จะหันไปขอความช่วยเหลือจากคนอื่น หรือรอการสนับสนุนจากคนอื่นเพื่อให้ตัวเองเปลี่ยนใจ เพราะมีแรงจูงใจและ “จงใจที่จะกำจัดตัวตนที่อ่อนแอ ถูกปฏิเสธ ไม่สมบูรณ์แบบ” ของตัวเองจริงๆ


(Self-eradicating intent — Leon F Seltzer, Ph.D., 2022)




วินิจฉัยโรคบุคลิกภาพหลงตัวเองอย่างไร?


เราสามารถได้รับการประเมินและได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น NPD ด้วยการไปพบผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต ซึ่งมักเป็นจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา โดยจะมีการพูดคุยและซักถามเกี่ยวกับการใช้ชีวิต และการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น (โดยเฉพาะครอบครัว เพื่อน หรือคนที่คุณรัก)


ผู้เชี่ยวชาญยังอาจช่วยวินิจฉัยภาวะที่เกี่ยวข้อง หรือซักถามเพื่อตัดความเป็นไปได้ของภาวะทางจิตใจอื่นๆ ที่มีอาการหรือผลกระทบที่คล้ายคลึงกัน


  • DSM-5-TR™ มีรายการเกณฑ์การวินิจฉัย 9 ข้อ ต้องมีอย่างน้อย 5 ข้อ จึงจะได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น NPD


  • ไม่มีการทดสอบในห้องปฏิบัติการ การทดสอบทางรังสีวิทยา หรือการทดสอบวินิจฉัยอื่น ๆ ที่สามารถช่วยวินิจฉัย NPD ได้


  • ภาพประกอบจาก Freepik
  • ภาพประกอบจาก Freepik


การเยียวยาและก้าวต่อไป


“โรคบุคลิกภาพหลงตัวเอง” ไม่ใช่ข้อบกพร่องหรือความผิดพลาดของใคร

แต่เป็น ความผิดปกติทางสุขภาพจิต หากคุณมีอาการเหล่านี้ สิ่งที่ทำได้คือ เข้ารับการบำบัดเยียวยาที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถช่วยเหลือดูแลตัวเอง และเสริมสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นอย่างที่ส่งผลดีต่อสุขภาพจิตใจ


แม้ว่าการเป็นผู้ป่วย NPD อาจเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับหรือเปิดเผย แต่โรคนี้สามารถสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อความสัมพันธ์และรบกวนชีวิตของผู้ที่เป็น ดังนั้นไม่ควรเพิกเฉยหรือหลีกเลี่ยงไม่พูดถึง

หากคุณรู้จักใครสักคนที่กำลังเป็น NPD การเรียนรู้ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้ สามารถช่วยให้เราดูแลตัวเอง และให้การช่วยเหลือผู้ที่เป็น NPD ได้อย่างเหมาะสม


อย่าลืมว่า บางครั้งสิ่งที่ดีที่สุดที่สามารถทำได้คือ การกำหนดขอบเขต (Boundaries) และไม่เข้าร่วมในความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น (ซึ่งผู้ที่เป็น NPD อาจคอยยั่วยุเรา)



🚨 เตือนตัวเองไว้เสมอว่า


“เราไม่สามารถบังคับ” ให้ผู้ที่เป็น NPD เปลี่ยนแปลงนิสัยได้


หากพวกเขาไม่ได้สมัครใจที่จะทำด้วยตัวเอง



อ่านเรื่อง “วิธีการรับมือหรือดูแลตัวเองเมื่อต้องเจอกับผู้ที่เป็น NPD”


และ “เบื้องหลังความหมกมุ่นหลงตัวเอง ของโรค NPD”


ได้จากโพสต์ก่อนหน้าของ Mission On



บทความนี้แปลและดัดแปลงเนื้อหาบางส่วนมาจาก

  • เว็บไซต์ Cleveland Clinic

    บทความเรื่อง Turning your attention to narcissistic personality disorder (Updated in 2023) เขียนโดยทีม Cleveland Clinic


  • เว็บไซต์ Psychology Today

    บทความเรื่อง What Might Drive a Narcissist to Suicide? (2022) เขียนโดย Leon F Seltzer, Ph.D.


  • เว็บไซต์ Duke Health

    บทความเรื่อง 9 Signs of Narcissistic Personality Disorder (2022) เขียนโดย Larissa Biggers



อ้างอิง:

[1] Biggers, L. (2022, December 15). 9 signs of narcissistic personality disorder. Duke Health. https://www.dukehealth.org/blog/9-signs-of-narcissistic-personality-disorder


[2] Turning your attention to narcissistic personality disorder. Cleveland Clinic. (2023, March 8). https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/9742-narcissistic-personality-disorder


[3] Seltzer , L. F. (2022, August 3). What might drive a narcissist to suicide?. Psychology Today. https://www.psychologytoday.com/us/blog/evolution-the-self/202208/what-might-drive-narcissist-suicide



เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อ ให้ความรู้ (Psychoeducation) เท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนการบำบัดหรือการวินิจฉัยโรคได้






รู้จักกับนักจิตวิทยาการปรึกษาและนักจิตบำบัด



นัดพบนักจิตวิทยาการปรึกษาและนักจิตบำบัด

bottom of page