Beyond Love ทำไมบางคู่ถึงคบกันรอด? เจาะลึกพลังบวกในความสัมพันธ์
เพราะรักอย่างเดียวอาจไม่พอ แต่ “พลังงานที่ส่งต่อให้กัน” คือกุญแจสำคัญ ที่ทำให้รักประสบความสำเร็จ
(Positive Relational Energy Part 1)
ในบทความที่แล้วเราได้ทำความเข้าใจเรื่อง Mutual Love หรือรักที่ใจตรงกันไปแล้ว หลายคนอาจตั้งคำถามว่า
“แล้วทำไมบางคู่ที่รักกันมาก แต่ความสัมพันธ์กลับไม่ประสบความสำเร็จ?”
คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่ว่าใครรักกันมากแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าเมื่อทั้งคู่อยู่ใกล้กันแล้ว “พลังงาน” ในตัวของแต่ละคนเป็นอย่างไร ดร. เอ็มมา เซปพาลา (Emma Seppälä, Ph.D.) ได้เขียนบทความเกี่ยวกับตัวแปรสำคัญ ที่สามารถทำนายความสำเร็จของความสัมพันธ์ได้แม่นยำยิ่งกว่าเสน่ห์ รูปร่างหน้าตา หรือบุคลิกภาพ คือสิ่งที่เรียกว่า “Positive Relational Energy” หรือพลังงานบวกในความสัมพันธ์
สิ่งนี้คือ พลังงานที่เมื่อเราแลกเปลี่ยนระหว่างกันแล้ว จะช่วยยกระดับจิตใจ สร้างความกระตือรือร้น และฟื้นฟูเยียวยาใจผู้คนที่มีโอกาสได้มาพบเจอและมีปฏิสัมพันธ์กัน
เชื่อได้เลยว่าหลายคนน่าจะเคยเจอ คนประเภทที่เมื่อเราได้ใช้เวลาร่วมกับเขาแล้ว เขาส่งมอบพลังงานดีๆ ให้กับเราและคนอื่น (Positive Energizer) จนเรารู้สึกและรับรู้ได้ว่าเขาเป็นเหมือน “ดวงอาทิตย์” ที่เดินเข้ามาในห้องแล้วทำให้คนรอบข้างรู ้สึกมีพลัง อบอุ่น ได้รับแรงบันดาลใจ และรู้สึกเชื่อมโยงถึงกัน ในทางตรงกันข้ามรอบตัวเราอาจมีใครสักคนที่เป็น “เครื่องสูบพลังงาน” (De-energizers) ที่เจอกันทีไรทำให้เรารู้สึกหดหู่ หมดไฟ และสูญเสียพลังงานบวกทุกครั้งที่ต้องสบตา พูดคุย หรือมีปฏิสัมพันธ์กัน
— Emma Seppälä Ph.D.
นักจิตวิทยาและนักเขียนชื่อดัง เจ้าของผลงานหนังสือขายดีระดับโลกอย่าง The Happiness Track (ใช้ชื่อภาษาไทยว่า ความสุขนำทาง ความสำเร็จนำตน) และผลงานล่าสุดอย่าง Sovereign
ปัจจุบันเป็นอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาองค์กรเชิงบวกและการเป็นผู้นำ
ที่ Yale School of Management
ดวงอาทิตย์ หรือ เครื่องสูบพลัง
คุณเป็นแบบไหนในความสัมพันธ์?
ลองสังเกตดูว่า ในความสัมพันธ์รอบตัวเรามักถูกขับเคลื่อนด้วยคน 2 ประเภท
Positive Energizers (กลุ่มดวงอาทิตย์) เมื่อได้ใช้เวลาอยู่ใกล้เขา คุณจะรู้สึกเหมือนได้รับการเติมเต็ม ได้รับพลัง (Uplifted) มีความหวัง แรงบันดาลใจ เชื่อมโยงกับโลกรอบตัวมากขึ้น และรู้สึกปลอดภัย
De-energizers (กลุ่มสูบพลัง) เมื่อได้พูดคุยหรือทำกิจกรรมร่วมกันเสร็จ คุณจะรู้สึกอ่อนแรง เหนื่อยล้า (Drained) หมดไฟ หดหู่ หรือรู้สึกว่าตัวเองตัวเล็กลง
ทำไมคนกลุ่ม Positive Energizers ถึงประสบความสำเร็จในความสัมพันธ์?
ในทางพฤกษศาสตร์มีคำศัพท์ที่เรียกว่า Heliotropic Effect ซึ่งอธิบายถึงปรากฏการณ์ที่พืชจะหันหน้าและเจริญเติบโตเข้าหาแสงแดดโดยธรรมชาติ เพราะแสงแดดคือพลังงานที่ให้ชีวิต
มนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในธรรมชาติก็ไม่ต่างกัน เรามีสัญชาตญาณที่จะดึงดูดตัวเองเข้าหาพลังงานที่ให้ชีวิตและคอยโอบอุ้มชุบชูใจ
เราจึงมักถูกดึงดูดเข้าหาคนที่มีพลังบวก หรือหันหน้าเข้าหา “แสงสว่าง” ในความสัมพันธ์เสมอ เพราะพลังงานชนิดนี้ช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจให้สดชื่น มีชีวิตชีวา
ศ. ดร. ซาราห์ เพรสแมน (Sarah Pressman, Ph.D.) อธิบายว่า การขาดสายสัมพันธ์ที่ให้พลังบวก ส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายร้ายแรงมากกว่าการสูบบุหรี่ โรคอ้วน หรือภาวะความดันโลหิตสูง และเป็นสาเหตุทำให้อายุสั้นลง ในทางกลับกัน สายสัมพันธ์ที่ดีจะช่วยยืดอายุขัย เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และลดอัตราการเกิดภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวลลง
— Sarah Pressman Ph.D. ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เออร์ไวน์ (UC Irvine)
พลังงานบวกในความสัมพันธ์คืออะไร อ่านต่อที่นี่
























