“4 รูปแบบ” การสื่อสารที่เป็นพิษ
บั่นทอนความสัมพันธ์จนอาจนำไปสู่จุดจบ
(Toxic Communication Part 1)
“4 อัศวิน” ในที่นี้คือ 4 รูปแบบการสื่อสารที่เป็นพิษ
Dr John Gottman เรียก 4 รูปแบบการสื่อสารที่เป็นพิษว่า “4 อัศวิน” (The Four Horsemen) ซึ่งเป็นการสื่อสารที่กัดกร่อนความสัมพันธ์ ด้วยการทำให้ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์บานปลาย ทำลายความผูกพันระหว่างกันและกันของผู้ที่อยู่ในความสัมพันธ์ จนนำไปสู่จุดจบในที่สุด
(Gottman & Silver, 1999 อ้างถึงใน Beeney et al., 2020; Zamudio, 2024)
— Dr John Gottman ศาสตราจารย์ นักวิจัย และนักจิตบำบัดผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์
และแน่นอนว่ารูปแบบการสื่อสารเหล่านี้ ไม่ได้จำกัดอยู่ที่แค่ความสัมพันธ์แบบคู่รัก แต่ยังรวมไปถึงความสัมพันธ์รูปแบบอื่น เช่น เพื่อน ครอบครอบครัว หรือความสัมพันธ์ในที่ทำงาน
(The Gottman Institute)
อัศวินทั้ง 4 ของการสื่อสารที่บั่นทอนความสัมพันธ์ มีดังนี้
1. วิพากษ์วิจารณ์
(Criticism)
การวิพากษ์วิจารณ์แตกต่างจากการบ่น 'การบ่น' มักเกี่ยวกับประเด็นที่เฉพาะเจาะจง แต่ 'การวิพากษ์วิจารณ์' เป็นการโจมตีที่ตัวตน โจมตีคู่ของเรา หรืออีกฝ่ายในความสัมพันธ์จนถึงแก่นแท้ตัวตน
พูดให้เห็นภาพคือ “เรากำ ลังทำลายความเป็นตัวตนของอีกฝ่าย” เมื่อเราใช้คำพูดวิพากษ์วิจารณ์
สิ่งสำคัญคือ เราควรแยกให้ออกว่าอะไรคือ การบ่น และ การวิพากษ์วิจารณ์?
— Ellie Lisitsa, PhD.
การบ่น:
“ฉันรู้สึกกลัวนะ ที่คุณกลับช้าและไม่โทรบอก คิดว่าเราตกลงกันแล้วว่าจะทำแบบนี้ให้กัน”
การวิพากษ์วิจารณ์:
“คุณไม่เคยคิดเลยว่าพฤติกรรมของคุณส่งผลต่อคนอื่นยังไง ฉันไม่เชื่อว่าคุณขี้ลืมขนาดนั้น คุณมันเห็นแก่ตัว ไม่เคยคิดถึงคนอื่นเลย! คุณไม่เคยคิดถึงฉัน!” (คำพูดแบบนี้ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเหมือนถูกทำร้าย ถูกปฏิเสธ และเจ็บปวด ไม่ว่าคนพูดจะตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจก็ตาม)
และถ้าปล่อยให้มีการวิพากย์วิจารณ์ใส่กัน อย่างถี่ขึ้น รุนแรงขึ้น สิ่งนี้นำไปสู่อัศวินตัวอื่นที่อันตรายกว่าอย่าง ‘การดูถูกเหยียดหยาม’
2. ดูถูกเหยียดหยาม
(Contempt)
คือการปฏิบัติต่ออีกฝ่ายในความสัมพันธ์ด้วยความไม่เคารพ ไม่ให้เกียรติ
เช่น การด่าว่า เยาะเย้ยด้วยการประชดประชัน อารมณ์ขันแบบไม่มีกาละเทศะ และการเลียนแบบ
หรือใช้ภาษากาย เช่น กลอกตา หรือหัวเราะเยาะ จนอีกฝ่ายรู้สึกถูกดูหมิ่นและไร้ค่า
ซึ่งร้ายแรงกว่าคำวิพากย์วิจารย์ ที่เป็นการโจมตีตัวตน ด้วยการตั้งตัวเองว่าอยู่เหนือกว่าอีกฝ่าย (Moral Superiority) ด้วยมุมมองทัศนคติ ความเชื่อ หรือศีลธรรมบางอย่าง ตัวอย่างแบบนี้...
การดูถูกเหยียดหยาม:
“คุณเหนื่อยเหรอ? ทำเป็นบ่นไปได้ ฉันอยู่กับลูกๆ ทั้งวัน วิ่งวุ่นเหมือนคนบ้าเพื่อดูแลบ้านนี้ แต่สิ่งเดียวที่คุณทำตอนกลับมา คือทิ้งตัวบนโซฟาเหมือนเด็กๆ และเล่นเกม ฉันไม่มีเวลามาดูแลเด็กอีกคนเพิ่มหรอกนะ คุณอย่าน่าสมเพชไปกว่านี้ได้ไหม?”
การดูถูกเหยียดหยามเกิดจาก











