“วิธีแก้ไข” การสื่อสารเป็นพิษ
เปลี่ยนจากปกป้องตัวเอง (แบบไม่เป็นมิตร) เป็นยอมรับและรับผิดชอบ
(Toxic Communication Part 4)
เคยสงสัยไหมว่า “ทำไมเกือบทุกครั้งบทสนทนาเรื่องปัญหาความสัมพันธ์ของเรา ต้องจบลงด้วยการหาคนผิดเสมอ?”
นักวิจัยด้านความสัมพันธ์จาก The Gottman Institute ชี้ว่าหนึ่งใน 4 รูปแบบการสื่อสารที่เป็นพิษ (หรือสี่อัศวิน) ที่สามารถทำลายความสัมพันธ์จนนำไปสู่จุดจบอย่าง การหย่าร้าง หรือ เลิกรา ได้คือการสื่อสารแบบ ‘ปกป้องตัวเอง’ (Defensiveness) หรือการต่อต้านในแบบที่ไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่
อ่านเรื่องอัศวินตัวที่ 3 หรือการปกป้องตัวเอง ได้จากโพสต์ “4 รูปแบบการสื่อสารที่เป็นพิษ” ของ Mission On
จัดการกับอัศวินตัวที่ 3
‘การปกป้องตัวเอง’ หรือ การแก้ตัว แสดงความขุ่นเคือง ต่อต้าน เพื่อยืนยันว่าเราเป็นฝ่ายที่ถูกต้อง (Righteous Indignation)
หรือการเล่นบทเหยื่อ และกล่าวโทษอีกฝ่ายเพื่อปกป้องตัวเอง เมื่อรับรู้ว่าอีก ฝ่ายกำลังโจมตี ต่อว่า หรือตำหนิเรา หลายๆ คนมักเลือกที่จะตั้งรับแบบนี้ แต่ปัญหาคือ พฤติกรรมแบบนี้ไม่เคยช่วยแก้ปัญหาใดๆ ที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ได้เลย
การสื่อสารเป็นพิษที่ทำลายความสัมพันธ์ มักแสดงออกในรูปของพฤติกรรมเหล่านี้:
🚨 หาข้อแก้ตัวทันที 🚨 แสดงความขุ่นเคืองหรือต่อต้าน 🚨 เล่นบทเหยื่อเพื่อ 'กล่าวโทษอีกฝ่าย' ในสิ่งที่เกิดขึ้น
การปกป้องตัวเองด้วยการกล่าวโทษอีกฝ่าย แท้จริงแล้วมันคือการสื่อสารเป็นพิษ ที่บอกว่า
“ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ฉัน แต่อยู่ที่เธอ”
ยิ่งเราพยายามปกป้องตัวเองมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นการปัดความรับผิดชอบ และทำให้ความขัดแย้งยิ่งบานปลายออกไป เพราะอีกฝ่ายจะรู้สึกว่าตนเองกำลังถูกโจมตีอยู่ตลอดเวลา
ยาแก้พิษสำหรับอัศวินตัวที่ 3
The Gottman Institute แนะนำว่า ยาแก้พิษที่ทรงพลังที่สุดสำหรับการสื่อสารแบบปกป้องตัวเอง คือ “การยินยอมที่จะรับผิดชอบในส่วนของตัวเอง” แม้จะเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของความขัดแย้งนั้นก็ตาม สิ่งนี้ไม่ได้แปลว่าเราเป็นฝ่ายยอมรับความผิดทั้งหมด แต่เป็นการสื่อสารที่บอกว่า
“ฉันรับรู้ถึงส่วนที่ฉันต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้” ภายใต้ความสัมพันธ์ที่เรามีส่วนรับผิดชอบร่วมกัน
ลองถอนพิษด้วยการฝึกใช้ประโยคนี้
หลีกเลี่ยงประโยคปกป้องตัวเอง (Defensiveness)
❌ “ที่เราไปสาย ไม่ใช่ความผิดของฉัน แต่มันเป็นเพราะคุณต่างหาก คุณชอบแต่งตัวในนาทีสุดท้ายเสมอ”
ถอนพิษด้วย การยอมรับและรับผิดชอบ (Antidote)
✔️ “ฉันไม่ชอบไปสายนะ แต่คุณพูดถูกว่า เราไม่จำเป็นต้องออกเดินทางแต่เช้าขนาดนี้เสมอไปหรอก ฉันคิดว่าเรายืดหยุ่นให้กันและกันได้”
ยาถอนพิษที่ได้ผลดี
ข้อสังเกตสำคัญ
เมื่อร่วมแสดงความรับผิดชอบและยอมรับว่า “เราก็อาจเป็นฟันเฟืองตัวหนึ่ง” ที่ทำให้ความขัดแย้งเกิดขึ้น เช่น พยายามที่จะออกจากบ้านเช้าเกินไป
แม้ว่าจะได้แสดงความต้องการของตัวเองอย่างจริงใจ ตรงไปตรงมา ด้วยว่า “ไม่ได้ชอบการไปสาย”
✔️ แต่บทสนทนานี้ช่วยเซฟความสัมพันธ์ ไม่ให้เกิดความขัดแย้งที่บานปลาย จนเกินควบคุม
ถอนพิษให้กันและกัน
ด้วยการสื่อสารให้อีกฝ่ายเข้าใจด้วยว่า “เรารับรู้ถึงส่วนที่เราต้องรับผิดชอบ”
มันไม่ใช่ความผิดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และเราไม่ได้มีเจตนาร้ายใดๆ ที่จะโยนความผิดให้อีกฝ่าย
✔️ จากตรงนี้เองที่ทำให้บทสนาของเรา จะไม่ต้องลงเอยด้วยความขัดแย้ง ✔️ แต่นำไปสู่การประนีปร ะนอม สื่อสารกันได้อย่างเข้าใจกันและกันมากขึ้น
สื่อสารอย่างเข้าใจ
จากความขัดแย้งสู่การประนีประนอม
เมื่อเราสื่อสารด้วยการยอมรับและรับผิดชอบ
✔️ ลดกำแพง: อีกฝ่ายจะรู้สึกว่าไม่ได้ถูกโจมตี และพร้อมที่จะรับฟังมากขึ้น ✔️ เปิดทางแก้ปัญหา: บทสนทนาจะเปลี่ยนจากการหาคนผิด ไปสู่การ ประนีประนอม และสร้างความเข้าใจร่วมกัน
การเปลี่ยนจากการปกป้องตัวเอง เป็นการยอมรับและรับผิดชอบ สำหรับบางคนอาจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมันต้องอาศัยความกล้าและความเข้าใจ รูปแบบการสื่อสารที่มีอยู่ในความสัมพันธ์เราอย่างลึกซึ้ง
รู้ว่าต้องเปลี่ยน แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร?
ที่ Mission On นักจิตวิทยาการปรึกษา/นักจิตบำบัดของเรา ช่วยคุณได้แบบนี้
✔️ ค้นหารูปแบบการสื่อสารที่เป็นพิษในความสัมพันธ์ ✔️ สร้างความเข้าใจว่าอะไรคือตัวกระตุ้น (Trigger) ที่ทำให้คุณต้อง 'ปกป้องตัวเอง' ✔️ ฝึกทักษะก ารสื่อสารเชิงรุก (Proactive communication) หรือคาดการณ์และฝึกซ้อมการสื่อสารไว้ล่วงหน้า เพื่อให้คุณสามารถใช้ 'ยาแก้พิษ' ได้อย่างมีประสิทธิภาพในสถานการณ์จริง
การสื่อสารที่ดีเริ่มต้นจากการเข้าใจตัวเอง และ Mission On พร้อมที่จะเป็นพื้นที่ปลอดภัยในการสำรวจและเปลี่ยนแปลงรูปแบบการสื่อสารเหล่านี้ เพื่อให้คุณสามารถพัฒนาความสัมพันธ์ได้อย่างดีต่อใจ และเติบโตไปด้วยกันได้อย่างแข็งแรง
ปรึกษานักจิตวิทยาหรือนักจิตบำบัดของเรา คลิกที่ลิงก์ด้านล่างบทความนี้
ติดตามอ่าน วิธีการรับมือกับอัศวินตัวที่สี่ ได้ในบทความ “การสื่อสารที่เป็นพิษ ตอนที่ 5”
บทความที่เกี่ยวข้อง
บทความนี้แปลและดัดแปลงเนื้อหาบางส่วนมาจาก
เว็บไซต์ The Gottman Institute
บทความเรื่อง The Four Horsemen: The Antidotes (2013, Updated in 2024) เขียนโดย The Gottman Institute’s Editorial Team
อ้างอิง:
[1] The Gottman Institute’s Editorial Team. (2013, April 26). The Four horsemen: The antidotes. The Gottman Institute. https://www.gottman.com/blog/the-four-horsemen-the-antidotes/
เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อ ส่งเสริมให้ข้อมูลความรู้ด้านจิตวิทยา (Psychoeducation) เท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนการวินิจฉัยหรือการบำบัดรักษาได้
































